Archives

chloro mint คลอโรฟิลล์มีประสิทธิภาพต่อโรคตับ

chloro mint คลอโรฟิลล์มีประสิทธิภาพต่อโรคตับ เราเชื่อว่าการที่คลอโรฟิลล์มีประโยชน์สำหรับผู้ป่วยโรคตับได้ผลดีก็เพราะในคลอโรฟิลล์มีธาตุคลอรีนและโปแตสเซี่ยมสูง คลอรีนจะช่วยสลายไขมันที่สะสมในตับ โปแตสเซียมก็มีความจำเป็นต่อตับ ผู้ป่วยโรคตับแข็งมักจะขาดโปแตสเซียม สัดส่วนของแร่ธาตุที่สมดุลในคลอโรฟิลล์(เช่นคลอรีน และโปแตสเซียม) จะช่วยรักษาระบบการทำงานของตับ ผู้ที่ได้รับบริโภคคลอโรฟิลล์เป็นประจำ มีรายงานผลเกี่ยวกับการทำงานของตับดีขึ้น ถึงแม้ผู้ป่วยที่มีตับผิดปกติ เมื่อได้รับบริโภคคลอโรฟิลล์เป็นประจำจะช่วยลดความผิดปกตินั้นได้อย่างมากมาย วิธีใช้คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์กับโรคตับ โรคตับโต มีอาการของหายใจไม่อิ่ม หายใจไม่เต็มปอด จุกลิ้นปี่  ในช่วง 5-7 วันแรกตื่นขึ้นมาตอนเช้าให้ผสมคลอโรฟิลล์เข้มข้น 5 ซี.ซี.ลงในน้ำ 1 แก้วดื่มกินทันที และดื่มอีก 1 แก้วก่อนนอนและผสมคลอโรฟิลล์เข้มข้น 10 cc กับน้ำสะอาด 1.5 ลิตร ใช้ดื่มทั้งวันอาการจุกลิ้นปี่จะทุเลาขึ้น และดื่มกินเช่นนี้ 3-4 เดือน อาการจะดีขึ้นมาก ป้องกันมะเร็งโรคร้ายอันดับหนึ่งของโรค คลอโรฟิลล์จากอัลฟัลฟ่า มีเอ็นไซม์ ชื่อ เปอร์ออกซิเดส ทำหน้าที่สลายอนุมูลอิสระหรือสารก่อมะเร็งและป้องกันเซลล์ปกติไม่ให้เป็นเซลล์มะเร็ง นอกจากนี้คลอโรฟิลล์จากอัลฟัลฟ่ายังมีไวตามินที่ทำหน้าที่เป็นสารแอนตี้ออกซิแดนท์ เป็นจำนวนมาก เช่น ไวตามินเอ ไวตามินซี และไวตามินอี ซึ่งช่วยกำจัดสารก่อมะเร็งอีกด้วย การที่ไวตามินเหล่านี้ทำงานร่วมกับเอ็นไซม์เปอร์ออกซิเดส จึงทำให้คลอโรฟิลล์จากอัลฟัลฟ่ามีประสิทธิภาพสูงในการกำจัดสารก่อมะเร็งมากกว่าการใช้สารเพียงตัวใดตัวหนึ่ง มะเร็งเป็นโรคที่น่าสะพรึงกลัวในยุคของเรา และทำลายชีวิตสูงเป็นอันดับ 2 ทั้งๆที่มีการค้นคว้าทดลองมาก แต่มนุษย์เป็นจำนวนมากก็ยังต้องตายเพราะโรคมะเร็ง มะเร็งเกิดจากเซลล์ร่างกายปกติที่แปรเปลี่ยนสภาพไปเป็นเซลล์มะเร็ง สารก่อมะเร็ง เช่น รังสี และสารพิษต่างๆ ทำให้เกิดการแปรเปลี่ยนนี้ นอกจากนี้สารเบนซ์ไพรีน(Benzpyrene) ที่พบในเนื้อย่าง เผา ก็เป็นสารก่อมะเร็งเช่นกัน จากการทดลองอย่างละเอียดพบว่า คลอโรฟิลล์สามารถกำจัดปฏิกิริยาที่จะก่อให้เกิดมะเร็งเหล่านี้ chloro mint.

chloro mint

chloro mint วิธีใช้คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์กับโรคมะเร็ง คลอโรมินต์
โรคมะเร็ง ใช้คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ 100 % ดื่มแบบเข้มข้นเพื่อให้สารอาหารเป็นยา
-สัปดาห์แรก ให้ใช้คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ 100 % ปริมาณ 5 ซีซี ผสมน้ำ 1.5 ลิตร ให้ดื่มแทนน้ำทั้งวันต้องดื่มให้หมดขวดทุกวัน เป็นเวลา 5 – 7 วัน chloro mint
-เดือนที่ 1 ให้ใช้คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ 100 % ปริมาณ 30 ซีซี ผสมน้ำ 1.5 ลิตร ให้ดื่มแทนน้ำทั้งวันต้องดื่มให้หมดขวดทุกวัน
*หลังจากรับประทานไปแล้ว จะมีอาการไอ ออกเสมหะ มีอาการครั่นเนื้อ ครั่นตัวและบางรายเกิดอาการเป็นไข้สูง และถ้ามีอาการไออยู่แล้ว จะไอมากขึ้นเสมหะออกเขียวๆ ปนดำ ไม่ต้องตกใจให้ดื่มต่อในปริมาณที่กำหนดใช้เวลาไม่นานอาการดังกล่าวจะหายไปเอง*

-เดือนที่ 2 ให้ลดปริมาณคลอโรฟิลล์บริสุทธ์ 100 % โดยใช้ ปริมาณ 20 ซีซีผสมน้ำ 1.5 ลิตร ให้ดื่มแทนน้ำทั้งวัน และต้องดื่มให้หมดขวดทุกวัน

-เดือนที่ 3 ให้ลดปริมาณคลอโรฟิลล์บริสุทธ์ 100 % โดยใช้ ปริมาณ 10 ซีซีผสมน้ำ 1.5 ลิตร ให้ดื่มแทนน้ำทั้งวันต้องดื่มให้หมดขวดทุกวัน

-เดือนที่ 4 – 6 ให้ใช้ปริมาณคลอโรฟิลล์บริสุทธ์ 100 % โดยใช้ ปริมาณ 10 ซีซี ผสมน้ำ 1.5 ลิตร ให้ดื่มแทนน้ำทั้งวันต้องดื่มให้หมดขวดทุกวัน
สำหรับในรายที่มีอาการรุนแรงหรือรายที่ผ่านการผ่าตัดมา ให้ใช้ร่วมกับผลิตภัณฑ์ แองเจิ้ล ( Angel ) 2 เม็ดก่อนนอนใน 7 วันแรก และลดเป็น Angel 1 เม็ดทุกวัน อาการจะดีขึ้น และแผลผ่าตัดจะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
* หลังจากเดือนที่ 6 ให้ท่านตรวจเชื้อมะเร็งอีกครั้ง จะได้คำตอบ*
คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ไม่มีผลข้างเคียงใดๆ ต่อร่างกายเนื่องจากเป็นสารสกัดจากพืชบริสุทธิ์ 100 % ไม่มีสารประกอบอื่นเจือปนจึงไม่ต้องกังวลในเรื่องนี้

โรคภูมิแพ้โดยทั่วไปเกิดจากการที่อากาศและอาหารเป็นพิษ โดยการสะสมติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน อาหารประเภท เนื้อ นม ไข่ นั้นนอกจากจะได้มาจากการใช้สารเคมีและยาปฎิชีวนะแล้ว ในตัวของมันเอง เช่น อาหารจานด่วน ( Fast Food ) อาหารขยะ ( Junk Food ) หรืออาหารประเภทสุกๆ ดิบๆ ( Ghost Food ) ยังเป็นอาหารที่ทำให้เกิดสารมูก ( Mucus ) อาหารที่ก่อให้เกิดมูกแพทย์ธรรมชาติบำบัดบอกว่าเป็นอาหารที่ทำให้อายุไม่ยืนยาว เพราะเป็นอาหารทำให้ร่างกายมีความต้านทานต่อโรคต่ำ เนื่องจากสารมูกไปเกาะตามผนังลำไส้ ทำให้การดูดซึมสารอาหารและแร่ธาตุต่างๆ น้อยลง ตัวสารมูกเองบางส่วนเข้าไปกระแสเลือดเกิดเป็นพิษขึ้น ทำให้เกิดป่วยเป็นโรคต่างๆ โดยเฉพาะโรคภูมิแพ้ที่เกิดกับระบบทางเดินหายใจและทางเดินอาหาร คนเราทุกวันนี้จึงเจ็บป่วยกันบ่อยด้วยโรคหวัด น้ำมูกไหล เจ็บคอ โรคช่องหูอักเสบ ท้องเสีย ท้องผูกบ่อย ฯลฯ

คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ เป็นเสริมอาหารและยังใช้ภายนอก ( หยอดหรือทา ) เพื่อล้างพิษช่วยบรรเทาอาการแพ้ต่างๆ ได้ดี ทำให้หายจากอาการต่างๆ ได้เร็วขึ้น ตัวอย่างเช่น อาการเจ็บคอ ( Pharyngitis ) และต่อมทอลซิลอักเสบ ( Tonsilitis ) ใช้คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ ในน้ำอุ่นอัตราส่วน 1 ต่อ 5 ส่วน ถึง 1 ต่อ 10 ส่วน กลั้วคอทุกๆ 2-3 ชั่วโมง

ส่วนกล่องเสียงอักเสบ ( Laryngitis ) ให้กลั้วคอทุก 1 ชั่วโมง คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ ยังช่วยระงับการอักเสบได้ดี และจะไประงับการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียชนิดที่ไม่ใช้ก๊าซออกซิเจน ( Anaerobic Bacteria )

โรคโพรงจมูกอักเสบ ที่เรียกว่าโรคไซนัส ( Sinusitis ) โรคแพ้ละอองฟาง หรือหญ้าแห้ง ( Hay Fever ) และโรคเยื่อหุ้มโพรงจมูกอักเสบ ( Rhinitis ) ซึ่งมักจะมีน้ำมูกไหลออกมาเกือบตลอดเวลา ใช้คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ในน้ำอุ่น ในอัตราส่วนดังกล่าวหยอดช้าๆ เข้ารูจมูกข้างละประมาณ 30-50 หยด ( แหงนหน้าให้รูจมูกเงยขึ้นในท่านอนหงายหรือนั่งเก้าอี้เอนไปข้างหลัง ) โดยทำทีละข้าง ให้หายใจทางปากเพื่อป้องกันการสำลัก เมื่อครบ 2 ข้างแล้วให้ก้มหน้าลงปล่อยให้น้ำคลอโรฟิลล์และน้ำมูกไหลออกไปเอง ( ห้ามสั่งน้ำมูก ) ทำอย่างนี้ทุกวันจนครบ 6 วัน แล้วให้พักติดต่อกันอีก 6 วัน จึงจะทำต่อไปอีกถ้าอาการยังไม่ดีขึ้น

ช่องหูอักเสบ ( Otitis Externa ) และหูส่วนกลางอักเสบ ( Otitis Media ) ใช้คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ อัตราส่วน 1 ต่อ 10 ส่วน หยอดลงไปในหูจนเต็ม แล้วทิ้งไว้ประมาณ 3 นาที จึงเอียงหูให้น้ำออก สามารถทำได้วันละหลายครั้งจนอาการอักเสบของหูดีขึ้น ซึ่งจะรู้ได้จากอาการเจ็บปวดลดลงเป็นลำดับ

อาหารเป็นพิษสามารถเกิดขึ้นได้บ่อยๆ จากการเดินทางไปสถานที่ต่างๆ อาหารที่ค้างไว้นานหลายวัน อาหารกระป๋องหมดอายุ ในกรณีทั่วๆ ไปธรรมดาคลอโรฟิลล์ ขนาด 120 มิลลิกรัม ( 15 ซีซี.) chloro mint จะแก้ไขอาการผิดปกติของอาหารเป็นพิษได้ดีมาก โดยไม่ต้องพึ่งยาใดๆ คลอโรฟิลล์จะไปทำลายพิษโดยตรงในลำไส้ อาการปวดท้องจะทุเลาลงภายใน 10-20 นาที แต่ในกรณีที่รุนแรงมากจำเป็นต้องไปพบแพทย์

โรคภูมิแพ้ คือโรคที่เกิดจากการตอบสนองของร่างกายผิดปกติอย่างมากต่อตัวกระตุ้นที่ในภาวะปกติแล้วจะไม่ทำให้เกิดอันตราย ต่อร่างกาย เช่น ไรฝุ่น ละอองเกสรพืชทำให้เกิดการอักเสบในอวัยวะที่สัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้นั้น แล้วทำให้เกิดการอักเสบในโพรงจมูก เกิดอาการคัดจมูก จาม มีน้ำมูกใสๆ คันจมูก

ถ้าเป็นโรคหืดเมื่อหายใจเอาสารก่อภูมิแพ้เข้าไปถึงหลอดลมก็จะทำให้เกิด การอักเสบของหลอดลมแล้วหลอดลมก็จะตอบสนองด้วยการหดเกร็งเกิดอาการของหลอดลมตีบขึ้นโดยหายใจมีเสียง เหมือนนกหวีด ดังวี๊ดขึ้นอาจใช้เวลาก่อนเกิดอาการเป็นนาทีหรือเป็นชั่วโมงก็ได้ถ้าเป็นภูมิแพ้ที่ผิวหนัง ก็จะมีอาการคัน ที่ผิวหนัง หรือมีผื่นแบบลมพิษถ้าแพ้อาหารก็จะมีอาการปากบวม หรือมีลมพิษขึ้น

อาการแทรกซ้อนเมื่อเป็นภูมิแพ้ ขึ้นอยู่กับอวัยวะที่แพ้ถ้าเป็นภูมิแพ้ทางจมูกก็จะมีอาการปากแห้งเวลาตื่นนอนเนื่องจากเกิดอาการคัดจมูกในเวลากลางคืน ทำให้นอนอ้าปากหายใจง่วงเหงาหาวนอนเวลาเรียน สมาธิสั้น ทำให้ ความคิดความจำสั้นถ้าเป็นหืดก็จะทำให้สมรรถภาพการทำงานลดลง เพราะจะเหนื่อยง่าย

ถ้าเป็นรุนแรงและ มีอาการ ในที่ห่างไกลจากโรงพยาบาลหรือไม่มียาขยายหลอดลมติดตัวก็อาจทำให้เสียชีวิตได้ สิ่งที่น่าเป็นห่วง คือผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ส่วนใหญ่มักไม่ได้รับการวินิจฉัยหรือการรักษาที่ไม่เพียงพอทำให้ไม่สามารถควบคุมอาการได้

ภาวะเครียดและการอดนอนจะทำให้อาการของภูมิแพ้แย่ลงดังนั้นควรดูแลสุขภาพของตัวเองไม่ให้เครียด พักผ่อน ให้เพียงพอรักษาร่างกายให้อบอุ่นการออกกำลังกายจะทำให้อาการของโรคภูมิแพ้ดีขึ้นแต่ต้องเลือกชนิดการออกกำลังกาย และไม่ควรออกกำลังกาย ในช่วงที่มีอาการของโรคหอบหืดกำเริบโดยเลือกช่วงอากาศที่ไม่ร้อนหรือเย็นจนเกินไป และใช้ เวลาในการออกกำลังกายให้เหมาะสม ส่วนรูปแบบการออกกำลังกาย ควรเป็นแบบแอโรบิค คือลักษณะอาการ ออกกำลังกายแบบต่อเนื่อง เช่น การวิ่ง เดิน หรือว่ายน้ำแล้วแต่ความเหมาะสมของร่างกาย chloro mint.

This entry was posted on March 26, 2017, in chloro mint.