Archive | February 2017

ตังถั่งเช่า อ้วยอัน ถั่งเช่า หรือ “ไวอากร้าแห่งเทือกเขาหิมาลัย” ถั่งเช่าเป็นหนึ่งในสมุนไพร

ตังถั่งเช่า อ้วยอัน ถั่งเช่า หรือ “ไวอากร้าแห่งเทือกเขาหิมาลัย” ถั่งเช่าเป็นหนึ่งในสมุนไพรที่อยู่คู่บัลลังค์ของฮ่องเต้จีน และถั่งเช่ายังได้รับการยอมรับว่าเป็น “อาหารอายุวัฒนะของจักรพรรดิหรือฮ่องเต้” สรรพคุณของถั่งเช่านั้นช่วยบำรุงร่างกายได้ดีเลิศ ในอดีตมีเพียงจักรพรรดิเท่านั้นที่ได้รับประทานสมุนไพรชนิดนี้ ในปัจจุบันนั้นถั่งเช่าค่อนข้างหายากและมีราคาแพงมหาศาล โดยถั่งเช่าเกรด A กิโลกรัมละเป็นล้านบาท!!! ถังเช่า เป็นยาสมุนไพรที่แพร่หลายมากในประเทศจีนและชาวเอเชียมีสรรพคุณเป็นยาช่วยบำรุงร่างกาย สมุนไพรถั่งเช่า เป็นสมุนไพรจีนธาตุอุ่น ให้กลิ่นหอม ไร้พิษ มีรสขมอมหวาน บำรุงปอดและบำรุงไต บำรุงกำลัง แก้อาการอ่อนเพลีย บำรุงได้ทั้งธาตุหยิน-หยาง และเสริมพลังสำหรับผู้ชาย ถั่งเช่า จึงได้ฉายาอีกอย่างว่า “สมุนไพรบำบัดอาการอ่อนเพลียได้ร้อยชนิด” ชาวทิเบตได้ใช้ถั่งเช่าเป็นสมุนไพรรักษาโรค โดยจะนำถั่งเช่าต้มกับซุปไก่ ซุปหมู หรือนำไปแช่เหล้า ก่อนที่จะดื่มเข้าไปเป็นเครื่องดื่มก็ได้ เป็นอาหารก็ดี “ตังถั่งเฉ้า” (ในภาษาจีนแต้จิ๋ว )ในประวัติศาสตร์ประเทศจีนนับพันปีมาแล้วที่ถือว่าเป็นยาที่มีคุณค่าและมีราคาแพงมาก ได้รับคำเล่าลือมานานแล้วว่าเป็น ยาบำรุงที่ดีเยี่ยม ตังถั่งเช่า อ้วยอัน.

ตังถั่งเช่า อ้วยอัน

ตังถั่งเช่า อ้วยอัน ถั่งเช่า, ถั่งเฉ้า เริ่มได้รับความนิยมมากกว่าโสม ตังถั่งเช่า แพงยิ่งกว่าทองคำ และมักถูกซื้อเป็นของขวัญแต่งงาน ตำนานเล่าว่าจามรีที่เลี้ยงด้วยหญ้าหนอนที่ราบสูงทิเบต แข็งแรงขึ้น 10 เท่า!! ด้วยสรรพคุณอันน่ามหัศจรรย์ ห้องทดลองบางแห่งไม่ลังเลที่จะเรียกมันว่ายาอายุวัฒนะ งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ทำให้เรารู้เกี่ยวกับตังถั่งเช่ามากขึ้น โดยเฉพาะหลังโรคซาร์ระบาดในปี 2003 หลายคนใช้มันรักษาโรค แม้แต่แพทย์ตะวันตกยังใช้ตังถั่งเช่าเลย โดยหญ้าหนอนที่ดีที่สุดมากจากทิเบต ที่มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งฮ่องกง ศาสตราจารย์คาร์ล ทิม (Professor Karl Tsim, Head of Biology Department) และทีมนักชีววิทยา ใช้เวลาหลายปีเพื่อศึกษาตังถั่งเช่าที่เป็นส่วนผสมระหว่างแมลงกับเห็ด มันสร้างความตื่นตะลึงกับวงการวิทยาศาสตร์ ถั่งเช่า เป็นยาบำรุงร่างกายชั้นยอด มีรสหวาน ฤทธิ์ไม่ร้อน เข้าเส้นลมปราณไต บำรุงไต เสริมภูมิคุ้มกัน และพลังชีวิต แก้อาการอ่อนเพลีย ภูมิแพ้ แก้ไอ ละลายเสมหะ หอบหืด ไอเรื้อรัง อาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ เข่าอ่อน เอวอ่อน ทำให้แก่ช้า และเป็นยาบำรุงสำหรับผู้ป่วยฟื้นไข้ ตังถั่งเช่า พลัส

การทดลองทางการแพทย์ยังพบว่า สารสกัดจากตังถั่งเช่า มีฤทธิ์ขยายหลอดเลือด กระตุ้นสมรรถภาพการทำงานของต่อมหมวกไต เพิ่มภูมิต้านทานให้กับผู้ป่วยโรคไต ช่วยลดจำนวนครั้งของการฟอกไต สมานแผลจากเบาหวาน ช่วยลดการโตของเนื้องอกและเซลล์มะเร็ง ตังถั่งเช่า อ้วยอัน
ถั่งเช่า เป็นสมุนไพรที่มีความแปลก มีลักษณะเฉพาะในตัว คือ สมุนไพรถั่งเช่านี้มีสองส่วน ส่วนที่เป็นเห็ดและส่วนที่เป็นหนอน การผสมผสานกันระหว่างตัวหนอนและเห็ดตังถั่งเช่า หรือ ตังถั่งแห่เช่า แปลว่า “ฤดูหนาวเป็นหนอน ฤดูร้อนเป็นหญ้า”

ตังถั่งเช่าเป็นเห็ดชนิดหนึ่งที่เกิดจากเชื้อรา ขณะเดียวกันก็เติบโตจากตัวหนอน ชื่อทางภาษาละตินว่า Heplalus Armoricanus หนอนชนิดนี้ในฤดูหนาวจะเติบโตใต้ภูเขาหิมะ เมื่อน้ำแข็งเริ่มละลายสปอร์จะพัดไปกับน้ำแข็งที่ละลายแล้ว แล้วไปตกที่พื้นดิน จากนั้นตัวหนอนเหล่านี้ก็จะกินสปอร์ที่พัดมาเข้าไป ตังถั่งเช่า อ้วยอัน และเมื่อฤดูร้อนใกล้เข้ามา สปอร์ก็เริ่มงอกออกจากท้องของตัวหนอนงอกออกจากปากของมัน เห็ดเหล่านี้ต้องการแสงอาทิตย์มันจึงงอกขึ้นสู่พื้นดิน และกลายเป็นสมุนไพรตังถั่งเช่าที่มีสรรพคุณเลื่องชื่อ
สมุนไพรถั่งเช่า (หญ้าหนอน) เป็นสมุนไพรจีนตำรับโบราณ สามารถป้องกันและบำบัดโรคหลายชนิด มีฉายาว่า “สมุนไพรบำบัดอาการอ่อนเพลียได้ร้อยชนิด” คุณสมบัติโดยทั่วไปของถั่งเช่ามีดังนี้

► ช่วยบำรุงปอดและไต บำรุงได้ทั้งธาตุหยินและหยาง

► สามารถออกฤทธิ์บำบัดอาการหลอดลมอักเสบเรื้อรัง อาการหอบหืด อาการวัณโรค ถุงลมโป่งพองหรืออาการผิดปกติในระบบปอดและหัวใจ โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านหลอดลม มักจะให้ผลบำบัดที่เด่นชัด

► สมุนไพรถั่งเฉ้ามีคุณสมบัติปรับสภาพร่างกายในลักษณะเป็นสองทาง ทั้งหยินและหยางและมีประสิทธิภาพสูง

► ช่วยให้ร่างกายมนุษย์เกิดภูมิคุ้มกันต่อโรคและช่วยระงับพิษต่าง ๆ ระงับอาการเกิดโรคต่าง ๆ

► สามารถออกฤทธิ์ยับยั้งพิษของแบคทีเรียหลายชนิด เช่น แบคทีเรียชนิด Pneumococcus แบคทีเรียชนิด Streptococus และแบคทีเรียชนิด Staphylococcusaureus.

► มีส่วนประกอบของสาร Cordiycepin ซึ่งเป็นสารปฏิชีวนะ ทางธรรมชาติ มีคุณสมบัติยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียวัณโรค

► สมุนไพรถั่งเช่ายังสามารถออกฤทธิ์ขยายหลอดเลือด เพิ่มปริมาณเลือดที่เข้าไปหล่อเลี้ยงหัวใจและปอด

► สมุนไพรถั่งเฉ้ามีผลในการบรรเทาอาการเจ็บบริเวณหน้าอก ซึ่งเกิดจากอาการผิดปกติของหัวใจ

► สมุนไพรถั่งเช่ายังสามารถช่วยบรรเทาอาการอ่อนเพลีย

► สมุนไพรถั่งเฉ้าช่วยบรรเทาอาการขาดออกซิเจน ช่วยระงับประสาท ลดระดับไขมันในเลือด ต้านเซลล์มะเร็งและเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนออกซิเดชั่นของเซลล์

► ชาวจีนใช้เป็นสมุนไพรบำรุงร่างกาย ทำให้ร่างกายแข็งแรง ไม่ติดเชื้อง่าย

► บำรุงตับและไต บรรเทาอาการอ่อนเพลียทุกอย่าง บำรุงเลือด

► บรรเทาโรคหอบหืดและภูมิแพ้

► ลดระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยลดระดับโคเลสเตอรอล

► ถั่งเฉ้ายังสามารถออกฤทธิ์ขยายหลอดเลือดได้ด้วย เพิ่มระดับออกซิเจนและช่วยในเรื่องระบบไหลเวียนโลหิต

► ช่วยเสริมสมรรถภาพทางเพศสำหรับท่านชาย เพิ่มปริมาณน้ำอสุจิ

► ช่วยป้องกันโรคความจำเสื่อม ลดการตายของเซลล์สมอง ตังถั่งเช่า อ้วยอัน.

โสมเกาหลี สกัด ดอกโสมเกาหลี ออกดอกเป็นช่อสีขาวที่ยอดต้น มีก้านดอกยาวชูออกมาจากยอด

โสมเกาหลี สกัด ดอกโสมเกาหลี ออกดอกเป็นช่อสีขาวที่ยอดต้น มีก้านดอกยาวชูออกมาจากยอด แบบซี่ร่ม ก้านช่อดอกยาวประมาณ 30 เซนติเมตร ช่อหนึ่งมีดอกย่อยประมาณ 4-40 ดอก ดอกย่อยมีขนาดเล็ก มีสีเหลืองอ่อนอมสีเขียว ในหนึ่งดอกจะมี 5 กลีบ กลีบดอกมีลักษณะเป็นรูปไข่ ส่วนกลีบเลี้ยงดอกเป็นสีเขียว มี 5 กลีบ หุ้มอยู่ ก้านดอกย่อยยาวประมาณ 5 มิลลิเมตร ใจกลางดอกมีเกสรเพศผู้ 5 อัน ส่วนเกสรเพศเมียมี 1 อัน แบบสั้น โดยจะออกดอกในช่วงประมาณเดือนมีนาคมถึงเดือนเมษายน ดอกโสมเกาหลี ผลโสมเกาหลี ผลมีลักษณะกลมแบนเล็กน้อย เป็นผลสดเป็นสีเขียว เมื่อสุกจะเปลี่ยนเป็นสีแดง ผลโสมเกาหลี ชนิดของโสมเกาหลี รากโสมเกาหลี นิยมนำมาใช้ทำเป็นโสมแดงและโสมขาว เป็นพืชที่ควบคุมของรัฐบาลเกาหลี ห้ามนำพันธุ์ออกนอกประเทศ แต่ในไทยเคยพบว่าเกิดตามธรรมชาติเพียงแห่งเดียว โสมขาว (White Ginseng) คือ การนำรากโสมที่ล้างสะอาดแล้วมาตากแดดหรืออบให้แห้งทันที โสมขาว โสมเกาหลี สกัด.

โสมเกาหลี สกัด

โสมเกาหลี สกัด โสมแดง (Red Ginseng) คือ การนำรากโสมที่ตัดเฉพาะส่วนที่ดี ๆ มาล้างให้สะอาด เป็นโสมที่ผ่านกรรมวิธีการอบและฆ่าเชื้ออย่างถูกต้อง โดยการนำมาอบด้วยไอน้ำประมาณ 120-130 องศาเซลเซียส เป็นระยะเวลา 2-4 ชั่วโมง จนเป็นสีน้ำตาลแดง แล้วจึงนำไปอบให้แห้ง จะได้เป็นสีน้ำตาลแดง (ใส) โดยจะมีสารสำคัญที่ออกฤทธิ์เพิ่มขึ้นอีก 4 ชนิด จึงมีราคาแพงกว่าโสมขาว ขายได้ราคาดี
โสมแดง โสมเกาหลี อ้วยอัน

สรรพคุณของโสมเกาหลี ginseng herbal one
รากโสมเกาหลี มีรสหวานชุ่มขมเล็กน้อย เป็นยาสุขุม ออกฤทธิ์ต่อปอด ม้าม และกระเพาะอาหาร ใช้เป็นยาบำรุงกำลัง บำรุงอวัยวะภายในร่างกาย ทำให้ร่างกายชุ่มชื่น ช่วยแก้อาการอ่อนเพลีย
ช่วยปรับสมดุลของร่างกาย ปรับการทำงานของต่อมไร้ท่อต่าง ๆ
ช่วยแก้อาการหน้ามืดเป็นลม
ช่วยแก้อาการเหงื่อออกไม่รู้ตัว กระหายน้ำ
ช่วยแก้อาการเบื่ออาหาร
ช่วยแก้หัวใจเต้นผิดปกติ หรือหายใจผิดปกติ
โสมมีสรรพคุณเป็นยาช่วยบำรุงหัวใจ โดยออกฤทธิ์คล้ายกับยา digoxin ช่วยป้องกันโรคหัวใจขาดเลือด ป้องกันภาวะเส้นเลือดอุดตัน โสมเกาหลี สกัด
ใช้รักษาและป้องกันโรคผนังเส้นเลือดแดงใหญ่หนาและแข็ง โดยโสมจะไปช่วยทำให้คอเลสเตอรอลที่เกาะอยู่ตามผนังหลอดเลือดลดน้อยลง
โสมมีฤทธิ์ต้านการจับตัวกันของเกล็ดเลือด อันเป็นสาเหตุสำคัญของการอุดตันของหลอดเลือด[2]
โสมมีฤทธิ์สร้างเม็ดเลือดแดง ซึ่งสามารถนำมาใช้รักษาผู้ที่มีเลือดน้อยหรือผู้ที่โลหิตจางและความดันต่ำได้ และยังช่วยสร้างเม็ดเลือดแดงในกระดูกได้อีกด้วย[3]
โสมมีฤทธิ์ต้านพิษต่อตับ โดยโสมสามารถช่วยป้องกันการเกิดพิษต่อตับอันเกิดจากคลอโรฟอร์ม คาร์บอนเตตระคลอไรด์และแอลกอฮอล์ได้[2]
ใช้เป็นยารักษาโรคเกี่ยวกับความผิดปกติต่าง ๆ เช่น หย่อนสมรรถภาพทางเพศ อาการท้องผูก ระบบทางเดินอาหารทำงานผิดปกติ โลหิตจาง เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และความเครียด[1]
ช่วยลดอาการร้อนวูบวาบในหญิงวัยหมดประจำเดือนหรืออาการวัยทอง[5]
ช่วยลดอาการผิวหนังแห้งและเหี่ยวย่น จึงช่วยทำให้ผิวชุ่มชื่นขึ้น[5]
ช่วยเร่งฟื้นฟูสมรรถภาพทางร่างกายของผู้ป่วย ช่วยลดอาการข้างเคียงจากการฉายรังสี จากการศึกษาพบว่าโสมสามารถช่วยต่อต้านโรคและอันตรายที่เกิดจากรังสีรวมถึงสารพิษต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ[5]
นอกจากนี้ยังมีข้อมูลอื่น ๆ ที่ระบุว่าโสมมีฤทธิ์ต่อต้านเชื้อไวรัส HIV-1, ป้องกันอันตรายจากรังสีแกมมา, กระตุ้นการสร้างอสุจิ, เร่งการเจริญเติบโตของรังไข่และการตกไข่, ช่วยลดการหลั่งกรดและน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร ช่วยยับยั้งการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร ฯลฯ (ส่วนนี้รวบรวมมาจากหลาย ๆ เว็บไซต์ครับ แต่ข้อมูลที่ได้มาไม่มีแหล่งอ้างอิง)
วิธีใช้ : วิธีการใช้ตาม [1],[2] ให้ใช้ส่วนของรากโสมที่มีอายุประมาณ 5-6 ปี นำมาล้างให้สะอาด ตากให้แห้งในที่ร่มประมาณ 2-3 วัน แล้วนำมาหั่นเป็นชิ้นบาง ๆ ใช้ชงกับน้ำร้อนดื่มและกินกากยาด้วย โดยขนาดที่ใช้คือขนาด 0.6 กรัมต่อวัน[1] ส่วนการใช้รากตาม [3] ให้ใช้ครั้งละ 2-10 กรัม หรืออาจใช้ได้ไม่เกิน 35 กรัม นำมาต้มกับน้ำรับประทาน
ข้อมูลทางเภสัชวิทยาของโสมเกาหลี
รากโสมเกาหลี มีสาร glycoside (ginsenosides หรือที่รัสเซียเรียกว่า panaxoside) ซึ่งมี steroidal saponin ช่วยจับกับน้ำตาลชนิดต่าง ๆ นอกจากนี้ยังมี essential oil, trisaccharides peptidoglycan, nucleosides และพบ ginsenosides ในรากแขนงมากที่สุด[1] ส่วนอีกข้อมูลหนึ่งระบุว่า รากพบว่า Panaxosides 0.4% ซึ่งประกอบไปด้วย Panaxosides A, B,C, D, E, F, Panaxatriol, Panaxadiol, Ginsenoside Rg1 และพบน้ำมันระเหย ซึ่งมีสาร Panacen, Panasenoside, Panaxynol, Trifolin เป็นต้น[3]
ส่วนประกอบที่สำคัญของโสม คือ Ginsenoside ซึ่งโดยทั่วไปแล้วในโสมจะมี ginsenoside อยู่ประมาณร้อยละ 1-2 ของน้ำหนัก ขึ้นอยู่กับชนิดของโสม แหล่งเพาะปลูก รวมถึงกระบวนการผลิตด้วย ในปัจจุบันพบว่าโสมที่มีขายกันอยู่ในท้องตลาดบางชนิดแทบจะไม่มี ginsenoside หลงเหลืออยู่เลย ดังนั้น เมื่อจะหาซื้อโสมมาใช้เป็นยาบำรุงร่างกาย จึงควรดูส่วนประกอบของโสม คือ ginsenoside เป็นสำคัญ[2]
โสมมีฤทธิ์เสริมสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกาย โดยมีฤทธิ์ทำให้ร่างกายมีการปรับตัวเข้ากับอุณหภูมิและสภาพแวดล้อมได้อย่างเหมาะสม[3]
จากการศึกษาทดลองกับหนูขาว ได้พบว่าโสมมีฤทธิ์กระตุ้นประสาทส่วนกลาง แก้ตกใจง่าย ถ้าใช้ในปริมาณมากเกินไปจะมีฤทธิ์ยับยั้งประสาทส่วนกลาง ทำให้ผ่อนคลายการตึงเครียดของประสาทและร่างกายได้[3]
โสมเกาหลีมีฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือด ทำให้ต่อมในตับอ่อนหลั่งอินซูลินออกมา มีฤทธิ์ลดระดับคอเลสเตอรอล มีผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน มีผลต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด มีผลต่อระบบประสาทส่วนกลาง มีฤทธิ์ต้านพิษต่อตับ[1]
เมื่อปี ค.ศ.2008 ที่ประเทศเกาหลี ได้ทำการศึกษาทดลองจนพบว่า โสมแดงจะมีสาร sapouins เป็นจำนวนมาก ในการศึกษาทดลองพบว่าโสมสามารถช่วยลดระดับไขมันในเลือดสูง เพิ่มเกล็ดเลือด และช่วยป้องกันเส้นเลือดตีบได้ โดยการให้โสมในขนาด 200 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมต่อวัน เป็นระยะเวลา 8 สัปดาห์ ซึ่งจะไปยับยั้ง 1, 2-diaeylglycerol ซึ่งมีผลไปกระตุ้นให้ไขมันในเลือดสูง สรุปว่า โสมสามารถช่วยลดระดับไขมันในเลือดสูงได้[1]
จากการศึกษาฤทธิ์การลดระดับน้ำตาลในเลือดของโสมเกาหลี โดยทำการทดลองในสัตว์ทดลองหลายชนิด คือ หนู กระต่าย สุนัข โดยให้สารสกัดด้วยน้ำร้อนและแอลกอฮอล์ในสัตว์ปกติและสัตว์ที่ทำให้เป็นเบาหวาน ผลการทดลองพบว่าสารสกัดด้วยน้ำร้อนไม่ได้ผลลดน้ำตาลในเลือดทั้งในหนู กระต่าย สุนัข และคน แต่จากการทดลองโดยใช้สารสกัดด้วยแอลกอฮอล์ 67-95% พบว่าให้ผลลดระดับน้ำตาลในเลือด ในกระต่ายและหนูที่ทำให้เป็นเบาหวาน โดยพบว่าสารสำคัญที่ออกฤทธิ์ในการลดระดับน้ำตาลในเลือด คือ สารซาโปนิน[2]
ส่วนการทดสอบฤทธิ์การลดระดับน้ำตาลในเลือดในคน เมื่อให้คนไข้เบาหวานจำนวน 21 คน รับประทานโสมในขนาด 2.7 กรัม เป็นระยะเวลา 3 เดือน และทดลองให้พยาบาลที่อยู่เวรดึกรับประทานโสมในขนาด 1.2 กรัม เป็นระยะเวลา 3 วัน ผลการทดลองพบว่าสามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดได้[2] ส่วนอีกการทดลองที่ใช้โสมร่วมกับอินซูลินเพื่อลดระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน พบว่าจะทำให้ผลการรักษาได้ผลดียิ่งขึ้น[3]
เมื่อปี ค.ศ.2008 ที่ประเทศเกาหลี ได้ทำการศึกษาทดลองผลการลดไขมันในเลือดของโสมแดง ซึ่งมีสาร Insamasanna-eum ที่พบได้มากในรากโสม ซึ่งใช้รักษาผู้ป่วยเส้นเลือดหัวใจตีบ นอกจากนี้โสมแดงยังช่วยลดระดับไตรกลีเซอไรด์ คอเลสเตอรอลในเลือด โดยทำการศึกษาทดลองในหนูที่ถูกกระตุ้นให้มีไขมันในเลือดสูง เมื่อให้สารสกัดโสมแดงแก่หนูทดลองดังกล่าว พบว่าระดับไขมันในเลือดของหนูลดลง ซึ่งสัมพันธ์กับการลดน้ำหนักตัวของหนู และในการบริโภคโสมระยะยาวยังพบว่าหนูดังกล่าวมี HDL-C เพิ่มมากขึ้น โดยพบตัวยา Insamsansa-eum (ISE) และยับยั้ง pancreatic lipase และการทำงานของ HMG0CoA reductase และทำการทดลองเปรียบเทียบผลในการลดไขมันของโสมแดงกับ Cratacgii หรือ Whitehorn herb ซึ่งพืช Hawthorn นี้ใช้ผลมาทำเป็นอาหารเสริมช่วยในการไหลเวียนของระบบเลือดและหัวใจ และช่วยเกี่ยวกับความดันโลหิตต่ำ โดยพบว่าสามารถให้ผลในการลดไขมันในเลือดได้เช่นกัน แต่จะให้ผลน้อยกว่าโสมแดง ซึ่งในอนาคตอาจมีการนำพืชทั้งสองชนิดนี้มาใช้รักษาผู้ป่วยไขมันในเลือดสูงได้[1]
จากการทดสอบความเป็นพิษ พบว่า Sapogenin มีความเป็นพิษสูงและมีรายงานการเกิดอาการปวดศีรษะอย่างแรงในหญิงอายุ 28 ปี ที่รับประทานโสมที่สกัดด้วยแอลกอฮอล์ ซึ่งการใช้โสมเป็นระยะเวลานาน ๆ อาจทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับ กระวนกระวาย ซึมเศร้า ท้องเดิน เจ็บเต้านม ประจำเดือนขาด ผื่นคัน และมีอาการบวม[1]
ส่วนการทดสอบความเป็นพิษในหนูทดลอง เมื่อให้สารสกัดโสมในอาหารหนูหรือสุนัขในขนาด 1.5-15 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมต่อวัน เป็นระยะเวลา 13 อาทิตย์ ไม่พบว่ามีความเป็นพิษจากโสมแต่อย่างใด ส่วนการทดลองอีกชิ้นหนึ่ง ที่ให้หนูทดลองกินโสมติดต่อกันนานถึง 25 สัปดาห์ ในขนาด 105-210 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมต่อวัน ก็ไม่เกิดพิษหรืออาการดื้อยาแต่อย่างใด[1] ส่วนขนาดที่ทำให้หนูทดลองตายครึ่งหนึ่งเชื่อว่าคงเป็นขนาด 2 กรัมต่อกิโลกรัมต่อวัน โดยได้มีการทดลองฉีดสารสกัดโสมเข้าไปในเยื่อบุช่องท้องของหนูทดลอง แต่การทดลองนี้ไม่ได้บอกอาการตอนใกล้ตาย หรือสาเหตุการตายไว้[2]
ประโยชน์ของโสมเกาหลี
โสมเกาหลีมีประโยชน์ในการช่วยบำรุงร่างกาย ทำให้ร่างกายแข็งแรง และเป็นยาบำรุงกำลัง แก้อาการเหนื่อยหอบ อ่อนเพลียไม่มีเรี่ยวแรง ช่วยทำให้กล้ามเนื้อมีความสามารถดีขึ้น จึงนิยมใช้เป็นยาบำรุงกำลังในหมู่นักกีฬาประเทศต่าง ๆ เช่น นักวิ่ง นักว่ายน้ำ เป็นต้น[1],[2],[3]
โสมเกาหลีมีสรรพคุณเป็นยาช่วยชะลอความแก่ ทำให้อายุยืนยาว[1] เพิ่มขบวนการเผาผลาญไขมันเพื่อให้ร่างกายเกิดพลังงาน (เรียกว่า Lipid oxidation) อนุมูลอิสระที่สลายตัวจากออกซิเจน จะเป็นตัวทำลายเนื้อเยื่อของอวัยวะต่าง ๆ ให้เสื่อมสลายลง ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของความแก่ โดยโสมสามารถเข้าไปทำลายอนุมูลอิสระของออกซิเจน จึงช่วยทำให้เนื้อเยื่อเสื่อมช้าลง ประกอบกับโสมยังมีคุณสมบัติที่ช่วยปรับสภาพร่างกายและจิตใจให้มีความทนทานต่อความกดดันต่าง ๆ จึงช่วยลดขบวนการของความแก่ชราลงได้ ดังนั้นโสมจึงช่วยชะลอความแก่ชราลงได้[2]
โสมเกาหลีมีผลต่อระบบประสาทส่วนกลาง ช่วยบำรุงประสาทและสมอง ช่วยในการเรียนรู้ เสริมความจำแก้ความจำเสื่อม แก้ตกใจง่าย ช่วยลดภาวะซึมเศร้าในผู้สูงอายุ และช่วยผ่อนคลายความเครียด[1],[3] เนื่องจากโสมมีคุณสมบัติช่วยปรับสภาพร่างกายและจิตใจให้ทนต่อความกดดันจากภายนอก โสมเกาหลี สกัด โดยเร่งขบวนการเผาผลาญอาหารต่าง ๆ เพื่อปลดปล่อยพลังงานออกมาเพื่อต่อต้านความเครียด[4] หากใช้โสมในปริมาณน้อย ๆ จะมีฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้ร่างกายกระชุ่มกระชวย กระปรี้กระเปร่า สมองปลอดโปร่ง ไม่ง่วงเหงาหาวนอน แต่ถ้าหากใช้ในปริมาณมาก ๆ ก็จะไปกดประสาททำให้ซึมได้[2] บางข้อมูลระบุว่าโสมมีผลต่อการทำงานของระบบประสาทที่เกี่ยวข้องกับการได้ยินและการมองเห็นด้วย[5]
ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกาย ทำให้ต้านมะเร็ง และสารก่อกลายพันธุ์[1] โสมสามารถช่วยเพิ่มความต้านทานต่ออิทธิพลภายนอกที่เข้ามากระทบได้ เช่น ความเหนื่อยล้า ความเครียด โรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ (เช่น โรคมะเร็ง) โดยมีสารที่ช่วยทำให้ร่างกายปรับตัวเพิ่มความต้านทานโรคเหล่านี้ได้ ซึ่งเรียกว่า “Adaptogenic Agent”[2],[3] มีการทดลองในสัตว์ที่พบว่าโสมสามารถเพิ่มการตอบสนองของภูมิต้านทานเพิ่มขึ้น 50% มีปฏิกิริยาการตอบสนองของเม็ดเลือดขาวต่อสารเคมีสูงขึ้น มีอัตราการทำลายเชื้อจุลินทรีย์หรืออนุภาคแปลกปลอมต่าง ๆ ของเซลล์เม็ดเลือดขาวเพิ่มมากขึ้น ทำให้จำนวนเม็ดเลือดขาวเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลทำให้ร่างกายสามารถเพิ่มภูมิคุ้มกันต่อโรคต่าง ๆ ที่มีสาเหตุมาจากเชื้อไวรัส เชื้อจุลินทรีย์ เชื้อรา สารเคมีต่าง ๆ ตลอดจนช่วยต่อต้านโรคภูมิแพ้หรือโรคที่เกิดจากภูมิคุ้มกันบกพร่องชนิดต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี[4]
โสมมีส่วนช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งชนิดต่าง ๆ ได้ โดยทำหน้าที่เป็นสารต้านสารก่อมะเร็ง เพิ่มภูมิคุ้มกัน และเป็นสารต้านสารพิษจากสภาวะแวดล้อม โสมจะช่วยยับยั้งการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็ง และในบางกรณีโสมแสดงให้เห็นว่ามีการเปลี่ยนเซลล์มะเร็งให้เป็นเซลล์ที่ทำหน้าที่ตามปกติ อีกทั้งโสมยังชะลอพัฒนาการของโรคเอดส์ที่เกิดตาการติดเชื้อ HIV ได้อีกด้วย[4] บางข้อมูลระบุว่าโสมสามารถช่วยลดอัตราการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง ช่วยป้องกันการกลายพันธุ์ของเซลล์ปกติไปเป็นเซลล์มะเร็งหรือเนื้องอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริเวณกระเพาะอาหารและรังไข่ และการรับประทานโสมเกาหลีเป็นระยะเวลานานก็สามารถช่วยลดอุบัติการณ์ของโรคมะเร็งตับ (แต่ไม่สามารถลดอุบัติการณ์ของโรคมะเร็งตับที่เกิดจากการดื่มสุราหรือสาเหตุอื่นได้) มะเร็งริมฝีปาก มะเร็งช่องปากและคอ มะเร็งกล่องเสียง มะเร็งปอด มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งตับอ่อน และมะเร็งรังไข่[5]
โสมเกาหลีมีสรรพคุณช่วยลดเบาหวาน ลดระดับน้ำตาลในเลือดในคนไข้ที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูง โดยโสมจะช่วยทำให้ต่อมในตับอ่อนหลั่งอินซูลินออกมาควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีขึ้น จึงช่วยป้องกันการเกิดอาการมึนชาตามนิ้วมือและการเกิดแผลเน่าเปื่อย นอกจากนี้ ginsenoside Rb และ ginsenoside Rc ยังออกฤทธิ์คล้ายกับอินซูลิน จึงมีประโยชน์ในการช่วยลดขนาดการใช้อินซูลินากภายนอกเพื่อรักษาคนไข้ที่เป็นโรคเบาหวานได้ โดยต้องรับประทานโสมวันละ 2.7 กรัม ติดต่อกัน 3 เดือน[1],[2],[3]
ช่วยลดความดันโลหิตสูง[1] ส่วนอีกรายงานหนึ่งระบุว่าโสมเกาหลีนั้นทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น เพราะมี ginsenoside Rg1 ในขณะที่โสมอเมริกันจะทำให้ความดันโลหิตลดลง เพราะมี gensenoside Rb1[2]
ช่วยลดไขมัน ช่วยในการเผาผลาญไขมันให้เกิดเป็นพลังงาน[1] มีฤทธิ์ลดไขมันในเลือด โดยมีการทดลองทั้งในสัตว์ทดลองและในคน ซึ่งพบว่าผู้ที่รับประทานรากโสมในขนาดวันละ 2.5 กรัม ติดต่อกันเป็นระยะเวลา 3-4 เดือน จะมีปริมาณของคอเลสเตอรอลในเลือดลดลง แต่ก็มีข้อแนะนำว่าไม่ควรรับประทานโสมติดต่อกันเกิน 1 เดือน จึงไม่สมควรใช้[2]
โสมมีส่วนช่วยรักษาโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ คนสมัยก่อนเชื่อว่าโสมยาช่วยกระตุ้นกำหนัดหรือความต้องการทางเพศ แต่มีการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่ได้พิสูจน์แล้วว่า โสมไม่ได้ทำให้ฮอร์โมนทางเพศเปลี่ยนแปลงเลย แต่การที่โสมช่วยทำให้สมรรถภาพทางเพศดีขึ้น อาจเป็นผลมาจากคุณสมบัติของโสมที่ช่วยทำให้สุขภาพจิตและสมรรถภาพทางร่างกายดีขึ้น[4] แต่มีงานวิจัยที่ทำการทดลองกับผู้ป่วยที่มีปัญหาเรื่ององคชาติไม่แข็งตัว จำนวน 45 ราย โดยให้รับประทานโสมเกาหลี ในขนาด 900 มิลลิกรัม 2 ครั้งต่อวัน ติดต่อกันสองเดือน ผลการทดลองพบว่าสามารถเพิ่มประสิทธิภาพได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โสมจึงช่วยเสริมสมรรถภาพทางเพศในผู้ชายได้ โสมเกาหลี สกัด.

pacenta nesya วิธีทำให้ผิวขาวเร็วภายใน 1 อาทิตย์ จะต้องทำวิธีไหนถึงจะได้ผล

pacenta nesya วิธีทำให้ผิวขาวเร็วภายใน 1 อาทิตย์ จะต้องทำวิธีไหนถึงจะได้ผลและปลอดภัย กระปุกดอทคอมคอมมีเคล็ดลับมาบอกค่ะ อากาศร้อน ๆ แสงแดดแรง ๆ แบบนี้ ออกนอกบ้านแป๊บเดียวบอกเลยว่าแทบไหม้ !! แต่ถ้าหากร้อนอย่างเดียวคงไม่เท่าไร แต่พาลทำให้ผิวดำคล้ำเสียด้วยนี่สิมันช่างทำให้รู้สึกแย่แบบสุด ๆ กลับกลายเป็นว่าบำรุงผิวขาวมาตั้งนมนาน หมดสวยกันก็คราวนี้แหละ เอาเป็นว่าถ้าแก้ไขอะไรไม่ได้แล้วจริง ๆ ก็อย่ามัวแต่ปล่อยให้ผิวดำคล้ำเสียนาน ๆ กันอยู่เลยค่ะ รีบมาหาวิธีทำให้ผิวขาวเร็ว ๆ กันดีกว่า นั่นแน่… ได้ยินแบบนี้แล้วอดใจรอไม่ไหว อยากจะเร่งให้ผิวขาวเร็ว ๆ กันแล้วใช่ไหมล่ะคะ ถ้าอย่างนั้นลองมาทำตามเคล็ดลับที่กระปุกดอทคอมนำมาฝากกันเลยดีกว่า วิธีนี้แหละช่วยได้แน่นอน ใช้ไวท์เทนนิ่งสูตรเข้มข้น โดยให้เลือกใช้ไวท์เทนนิ่งสูตรเข้มข้นที่ออกฤทธิ์ในระยะสั้น ๆ และควรเลือกใช้สูตรเซรั่ม เพราะจะสามารถซึมเข้าสู่ผิวได้ดี โดยให้ทาเยอะ ๆ ทั้งเช้าและเย็น จะทำให้ผิวของคุณขาวได้เร็วยิ่งขึ้น ทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้าน ก่อนออกจากบ้านให้ทาครีมกันแดด SPF สูง ๆ ตั้งแต่ 50+ ขึ้นไป เพื่อปกป้องผิวไม่ให้แสงแดดมาทำลาย รวมถึงใส่เสื้อแขนยาว กางเกงขายาวเข้าไว้เพื่อปกป้องผิวอีกชั้นหนึ่ง pacenta nesya.

pacenta nesya

pacenta nesya วิธีทำให้ผิวขาวเร็วภายใน 1 อาทิตย์ พาเซนต้า เนสญ่า

พอกผิวด้วยโยเกิร์ต โดยให้นำโยเกิร์ตรสธรรมชาติ มาพอกผิวทิ้งไว้จนแห้งแล้วค่อยล้างออก ทำแบบนี้เป็นประจำทุกวัน จะช่วยให้ผิวไหม้คล้ำเสียจากแดดอาการดีขึ้น ที่สำคัญยังจะช่วยบำรุงให้ผิวขาวและสดใสเนียนนุ่มขึ้นด้วย

สครับผิวด้วยมะขามเปียก ใน 1 อาทิตย์ ให้ทำอย่างน้อย 2 ครั้ง เพื่อขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดลอกออกไป โดยให้นำเนื้อมะขามเปียกผสมกับนมสดให้เข้ากันจนเป็นเนื้อเดียว แล้วนำมาขัดให้ทั่วทั้งตัว ทาวนเพียงเบา ๆ แล้วทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที จากนั้นล้างออกให้สะอาด pacenta nesya

รับประทานวิตามินซี อย่างน้อยต้องรับประทานวิตามินซีให้ได้ 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน จะช่วยปรับผิวให้ขาวใสขึ้นและช่วยปกป้องผิวให้แข็งแรงสามารถทนแดดได้ดียิ่งขึ้นด้วย

เน้นรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะผักสดและผลไม้ที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุและวิตามิน จะช่วยปรับสภาพผิวให้ดูขาวสว่างใสเป็นธรรมชาติได้จากภายใน และยังช่วยปกป้องผิวหมองคล้ำจากแดดได้ดี

ดื่มน้ำบ่อย ๆ ในหนึ่งวันต้องพยายามดื่มน้ำให้ได้ประมาณ 7-8 แก้ว เพราะน้ำมีส่วนในการช่วยบำรุงผิวพรรณให้ชุ่มชื้นและขาวใสขึ้นได้

และนี่ก็คือวิธีฟื้นฟูผิวให้ขาวสว่างใสขึ้นได้ภายใน 1 อาทิตย์ รับรองเลยว่าแค่คุณสาว ๆ ปฏิบัติตามวิธีที่กระปุกดอทคอมแนะนำไปนี้อย่างเคร่งครัด แค่ 7 วัน รับรองเห็นผลแน่นอนค่ะ คอนเฟิร์ม !

9 สูตรลับผิวขาวกระจ่างใส ใครๆก็ทำได้

เราคงจะปฏิเสธกันไม่ได้ใช่ไหมคะ ว่าผิวที่ดูขาวกระจ่างใสนั้นเป็นเทรนด์ที่นิยมตลอดกาลสำหรับประเทศไทยจริงๆ ไม่ว่าจะเลือกเสื้อผ้าให้เข้าชุดกันก็ง่าย การเป็นจุดดึงดูดความสนใจต่อเพศตรงข้าม รวมถึงการสร้างความประทับใจแรกพบต่อการสมัครงานด้วย ทั้งที่แดดบ้านเราก็พร้อมจะแผดเผาให้ผิวไหม้เกรียมได้ตลอดเวลา แต่การดูแลผิวให้ขาวใสนั้นไม่ยากเลยค่ะ ด้วยวิธีที่เป็นธรรมชาติและสามารถปฏิบัติได้ทุกวัน

หลีกเลี่ยงแสงแดดให้มากที่สุด

การสวมเสื้อผ้าที่ปกปิดร่างกาย กางร่มกันแดด หรือการเดินหลบแสงแดดตามใต้อาคาร ต่างก็เป็นตัวเลือกที่ดีทุกวิธีค่ะ เนื่องจากรังสียูวีเป็นตัวการสำคัญที่ทำร้ายผิวเราได้รุนแรงที่สุด โดยเฉพาะในช่วงเวลาตั้งแต่ 10.00 – 15.00 น. ของบ้านเรานั้น มีค่ารังสียูวีสูงที่สุดหากเปรียบเทียบกับช่วงเวลาอื่น ดังนั้นจึงควรหาวิธีหลีกเลี่ยงที่จะรับแสงแดดโดยตรง

หลีกเลี่ยงแสงแดดให้มากที่สุด

ใช้ครีมกันแดดทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน

ในเมื่อบ้านเราเป็นเมืองร้อนและยากที่จะหลบเลี่ยงแล้ว ครีมกันแดดเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยป้องกันรังสียูวีมาทำลายผิวเราให้คล้ำเสีย ควรเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไป ค่า PA+++ และมีส่วนผสมของสารกันแดดที่เสถียรพอสมควรด้วย ครีมกันแดดนั้นถึงจะมีประสิทธิภาพป้องกันแสงแดดได้เป็นอย่างดี pacenta nesya เช่น สารไททาเนียมไดออกไซด์ ซิงค์ออกไซด์ โดยทาซ้ำทุกชั่วโมงเมื่ออยู่ในที่ที่มีแดดจัดหรือว่ามีเหงื่อออกจำนวนมาก จะช่วยให้ผิวเราไม่ไหม้และดูแก่ก่อนวัย

ใช้ครีมกันแดดทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน

ทาโลชั่นไวท์เทนนิ่งอย่างสม่ำเสมอ เป็นวิธีดูแลผิวให้ขาวที่ดีวิธีหนึ่ง

เลือกโลชั่นที่มีส่วนผสมของสารบำรุงช่วยให้ผิวขาวขึ้น เช่น วิตามินบีสามหรือไนอาซินาไมด์ วิตามินซี วิตามินอี โคเอนไซม์คิวเท็น อัลฟาอาร์บูติน สารสกัดจากเปลือกสน และสารสกัดจากธรรมชาติต่างๆ โดยใช้ปริมาณที่มากพอสำหรับพื้นที่ผิวแต่ละส่วน เพื่อการดูดซับสารบำรุงแล้วนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง แต่เราไม่ควรทาครีมที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวในเวลากลางวัน ตัวอย่างเช่น กรดผลไม้หรือที่เรียกกันว่า AHA เนื่องจากจะทำให้ผิวไวต่อแสงแล้วเป็นผลเสียมากกว่าผลดีค่ะ

ทาโลชั่นไวท์เทนนิ่งอย่างสม่ำเสมอ เป็นวิธีดูแลผิวให้ขาวที่ดีวิธีหนึ่ง

ขัดผิวด้วยสมุนไพรธรรมชาติ อีก 1 สูตรลับผิวขาวกระจ่างใส

มะขามเปียก ขมิ้นชัน และนมสด เป็นของธรรมชาติที่ช่วยขัดขี้ไคลและผลัดเซลล์ผิวให้ขาวขึ้น นำส่วนผสมมาคลุกเคล้าในภาชนะกระเบื้องหรือแก้ว ห้ามใช้พลาสติกอย่างเด็ดขาด เนื่องจากจะทำปฏิกิริยากับพลาสติกแล้วเป็นพิษได้ สูตรนี้ประยุกต์มาจากตำรับชาววัง แต่สามารถหาได้ง่ายตามทั่วไป เมื่อส่วนผสมเป็นเนื้อเดียวกันแล้วให้ขัดพอกที่ผิว เน้นตรงบริเวณซอกหลืบ ทาทิ้งไว้ 5 – 10 นาที จนรู้สึกว่าสมุนไพรแห้งหมาดๆ แล้วล้างออก ทำอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง

ขัดผิวด้วยสมุนไพรธรรมชาติ อีกหนึ่งวิธีทำให้ผิวขาวเร็วขึ้น

ออกกำลังกายให้ผิวขาวอย่างถาวร

เรามักสังเกตเห็นว่า ผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำจะดูหนุ่มสาวและมีผิวที่ใสดูอ่อนกว่าวัยมากกว่าผู้ที่ไม่ได้ออกกำลังกายเป็นประจำ นั่นเป็นเพราะว่าการออกกำลังช่วยให้ระบบโลหิตไหลเวียนดีขึ้น เร่งผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ผิวจึงเปล่งปลั่ง ขาวใส ดูมีเลือดฝาด และได้สุขภาพที่ดีขึ้นอีกด้วย โดยลองสังเกตตัวเองง่ายๆ ค่ะ เมื่อออกกำลังกายจนอุณหภูมิในตัวสูงขึ้นและมีเหงื่อออก เราจะสามารถขัดขี้ไคลตามแขนขาได้ง่ายนั่นเอง pacenta nesya.

โบ บงกช โกลด์ พลัส สูตรผิวขาวโดยการ ผลัดเซลล์ผิวด้วย AHA

โบ บงกช โกลด์ พลัส สูตรผิวขาวโดยการ ผลัดเซลล์ผิวด้วย AHA AHA เป็นกรดผลไม้ชนิดหนึ่ง ที่จะช่วยกระตุ้นให้ผิวเกิดการผลัดเซลล์ผิวเร็วขึ้น พร้อมทั้งเผยผิวใหม่ที่มีความขาวกระจ่างใสกว่า โดยคุณสามารถหาซื้อ AHA ได้ตามคลินิกหรือร้านขายยาทั่วไป แต่ทั้งนี้เมื่อใช้ AHA คุณจะต้องพยายามหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับแสงแดดและความร้อนเป็นระยะเวลาหนึ่ง เพราะเอเอชเอจะทำให้ผิวของคุณบางลงและไวต่อแดดได้ง่าย ซึ่งอาจเกิดผลเสียต่อผิวพรรณได้เป็นอย่างมากนั่นเอง สูตรผิวขาวโดยการ ผลัดเซลล์ผิวด้วย AHA ออกกำลังกายเป็นประจำ หลายคนคงรู้ดีว่า การออกกำลังกายเป็นประจำทุกวันจะทำให้สุขภาพแข็งแรงยิ่งขึ้นและช่วยควบคุมน้ำหนักได้เป็นอย่างดี แต่รู้ไหมว่านอกจากข้อดีเหล่านี้แล้ว การออกกำลังกายก็สามารถช่วยปรับสภาพผิวของคุณให้ดูเปล่งปลั่งและขาวเนียนขึ้นได้ นั่นก็เพราะเมื่อมีการออกกำลังกายอย่างเต็มที่ ร่างกายก็จะขับเหงื่อออกมา ซึ่งจะทำให้สิ่งสกปรก คราบไคลและสารพิษต่างๆ ถูกขับออกมาด้วย จึงทำให้ผิวดูสว่างไสวและมีสุขภาพดีสุดๆ ที่สำคัญคือ ช่วยลดการอุดตันของรูขุมขน แก้ปัญหาสิว ฝ้า กระ และปัญหารูขุมขนกว้างได้เป็นอย่างดี โบ บงกช โกลด์ พลัส.

โบ บงกช โกลด์ พลัส

โบ บงกช โกลด์ พลัส ผิวขาวใสเร่งด่วน ด้วยนํ้านม bo bongkosh gold plus

หลายคนคงจะเคยได้ยินว่าอยากผิวขาว ต้องลงไปแช่ในอ่างน้ำนม ซึ่งก็จริงที่น้ำนมสามารถทำให้ผิวขาวกระจ่างใส เนียนกระชับ และดูเนียนนุ่มขึ้น แต่เราไม่จำเป็นต้องถึงขนาดลงไปแช่ในอ่างน้ำนมหรอก เพราะมีสูตรผิวขาวใสง่ายๆ จากน้ำนม โดยการนำน้ำนมมาทาให้ทั่วผิวโดยตรง ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาทีแล้วล้างออกให้สะอาด ทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ผิวพรรณก็จะดูเปล่งปลั่งและค่อยๆ ขาวขึ้นอย่างแน่นอน หรือหากใครต้องการให้ผิวขาวเร่งด่วน อาจใช้ใยบวบขัดผิวเบาๆ ขณะทาน้ำนมไปด้วยก็ได้ ซึ่งนอกจากจะทำให้ผิวขาวสวยแล้ว ก็มีความอ่อนโยนต่อผิวไม่ก่อให้เกิดการแพ้อีกด้วย โบ บงกช โกลด์ พลัส

ผิวขาวด้วยนํ้านม

ฉีดกลูต้าไธโอน อีกหนึ่งวิธีทํายังไงให้ขาว

การฉีดกลูต้าไธโอน กำลังเป็นที่นิยมในการทำให้ผิวขาวอย่างเร่งด่วน และได้ผลจริง 100% แต่ทั้งนี้การฉีดกลูต้าไธโอน ยังไม่เป็นที่ยอมรับมากนัก และมีราคาแพงอีกด้วย ซึ่งก็พบว่าบางแห่งมีการนำกลูต้าไธโอนของปลอมที่ผสมสารตัวอื่นๆ มาหลอกขาย ทำให้เกิดอันตรายแก่ผู้ที่ไปฉีดได้ ดังนั้นหากคิดจะขาวด้วยการฉีดกลูต้าไธโอนล่ะก็ ควรพิจารณาสถานที่ที่จะไปฉีดสักหน่อย ว่ามีความเชื่อถือได้หรือไม่ และที่สำคัญต้องมีงบประมาณมากพอ เพราะจะต้องฉีดอย่างต่อเนื่องหลายเดือน กว่าผิวจะขาวอย่างน่าพอใจนั่นเอง

เสริมด้วยวิตามินซี อีก 1 เคล็ดลับผิวขาว

วิตามินซี ไม่ได้มีประโยชน์เฉพาะด้านสุขภาพเท่านั้น แต่ก็มีข้อดีในด้านของความสวยความงามเช่นกัน เพราะวิตามินซีมีคุณสมบัติในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว เพื่อให้ผิวดูขาวเรียบเนียน และกระชับเต่งตึงยิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดเลือนริ้วรอยและต่อต้านการเกิดริ้วรอยก่อนวัย เพื่อให้ผิวดูอ่อนเยาว์และเนียนนุ่มเหมือนผิวเด็ก โดยการเสริมวิตามินซีให้กับร่างกายนั้น สามารถเสริมได้ด้วยการทานผักผลไม้หรืออาหารที่มีวิตามินซีเยอะๆ และการทานวิตามินซีเสริม ที่มีขายอยู่ทั่วไป

ขัดผิวด้วยผลไม้รสเปรี้ยว

ขัดผิวด้วยผลไม้รสเปรี้ยว ช่วยให้ผิวขาวกระจ่างใส อยากขาวต้องลอง

รู้ไหมว่าผลไม้รสเปรี้ยว ก็สามารถช่วยปรับสภาพผิวของคุณให้มีสุขภาพดีและขาวกระจ่างใสขึ้นเช่นกัน เพราะผลไม้เหล่านี้มีกรดที่จะช่วยกำจัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วให้หลุดลอกออกได้อย่างง่ายดาย พร้อมทั้งช่วยขัดถูขี้ไคลได้อย่างดีเยี่ยม จึงทำให้ผิวดูขาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ และน่าพอใจสุดๆ แต่สำหรับคนผิวบาง ควรเลือกผลไม้รสเปรี้ยวเพื่อการขัดผิวอย่างระมัดระวัง เพราะผลไม้บางชนิดอาจมีกรดสูงจนทำให้เกิดการแพ้ได้ อย่างเช่น มะนาว สับปะรด เป็นต้น

อยากขาวทำไงดี ลองขัดเซลล์ผิวด้วยใยบวบ

เคล็ดลับผิวขาวง่ายๆ

ใยบวบ มีลักษณะสากและหยาบ จึงสามารถขัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดลอกออกได้อย่างง่ายดาย แต่ต้องขัดเบาๆ เพราะความสากของใยบวบ อาจทำให้เกิดอาการแสบและเป็นรอยแดงได้ ซึ่งควรขัดผิวด้วยใยบวบเป็นประจำทุกครั้งในขณะอาบน้ำ เพื่อขจัดขี้ไคลและเซลล์ผิวเก่าอย่างหมดจด ทั้งยังช่วยให้ผิวสะอาดอย่างแท้จริง และนอกจากใยบวบแล้ว ก็สามารถใช้อุปกรณ์ขัดผิวอื่นๆ แทนได้อีกด้วย เช่น ใยสังเคราะห์ขัดผิว ฟองน้ำขัดผิว หรือเกลือสปาขัดผิว เป็นต้น

อยากผิวขาวต้องลอง ทาโลชั่นไวท์เทนนิ่งอย่างสมํ่าเสมอ

เคล็ดลับผิวขาว

โลชั่นไวท์เทนนิ่ง เป็นโลชั่นผิวขาวที่อุดมไปด้วยวิตามินบำรุงผิวและสารสกัดมากมาย จึงช่วยบำรุงผิวได้อย่างล้ำลึก ทั้งช่วยปรับเปลี่ยนสีผิวให้ดูขาวกระจ่างใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ โบ บงกช โกลด์ พลัส โดยสารบำรุงผิวที่ประกอบอยู่ในไวท์เทนนิ่ง ได้แก่

– อัลฟาอาร์บูติน มีประโยชน์ในการช่วยปรับสีผิวให้ขาวกระจ่างใสขึ้น โดยใช้เวลาเพียงสั้นๆ และสามารถถนอมผิวได้ดี จึงไม่มีปัญหาผิวบางลงหรือเกิดการระคายเคืองแน่นอน

– ไนอาซินาไมด์ มีประโยชน์ในการช่วยบำรุงผิวพรรณให้สดใส เนียนนุ่มและดูกระจ่างใสน่าสัมผัสยิ่งขึ้น

– โคเอ็นไซม์คิวเท็น มีประโยชน์ในการช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์ผิว ลดการเกิดริ้วรอยก่อนวัย ให้ผิวดูเรียบตึงกระชับ หมดปัญหาผิวเหี่ยนย่นหรือริ้วรอยต่างๆ ไปได้เลย

– วิตามินซี มีประโยชน์ในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว เพื่อให้ผิวดูอ่อนเยาว์และดูขาวใสอย่างมีสุขภาพดี

– วิตามินอี ช่วยดูแลผิวให้คงความอ่อนเยาว์ลดการเกิดริ้วรอย และเพิ่มความกระชับเต่งตึงให้กับผิว

และด้วยสารประกอบที่มีประโยชน์นี้เอง ไวท์เทนนิ่งจึงสามารถปรับผิวให้ขาวขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการทาไวท์เทนนิ่งนั้น แนะนำให้ทาทุกครั้งหลังอาบน้ำหรือก่อนออกแดด เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพในการบำรุงอย่างสูงสุดนั่นเอง

วิธีทำให้ขาวโดยการ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อผิว

อยากมีผิวขาวอย่างถาวร ต้องทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อผิว เพื่อให้ผิวได้รับการบำรุงและขาวใสจากภายในสู่ภายนอก โดยอาหารเพื่อผิวขาวที่ควรทานมากที่สุด ได้แก่

– อาหารที่อุดมด้วยวิตามินซี เช่น ส้ม มะขามป้อม มะละกอสุก แครอท มะเขือ ผักคะน้า เป็นต้น
– อาหารที่อุดมด้วยวิตามินอี เช่น ผักใบเขียว ธัญพืช กล้วยไข่ มะม่วงเขียวเสวยสุก สตรอเบอร์รี่ เป็นต้น
– อาหารที่อุดมด้วยเบต้าแคโรทีน เช่น มะละกอสุก มะยงชิด มะปรางหวาน มะเขือเทศราชินี สับปะรดภูเก็ต เป็นต้น
– อาหารที่อุดมด้วยคอลลาเจน เช่น ถั่ว ลูกพรุน กรดไขมันโอเมก้า 3 ชาขาว กระเทียม หอยนางรม เป็นต้น
– อาหารที่อุดมด้วยไบโอฟลาโวนอยด์ เช่น ส้ม มะนาว เกรปฟรุต เชอร์รี่ แบล็กเบอร์รี่ แป้งบัควีท เป็นต้น

แค่ทานอาหารเหล่านี้เป็นประจำ ก็จะทำให้คุณมีผิวขาวจากภายในสู่ภายนอก ได้ดั่งใจต้องการแล้ว แถมยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพ อีกมากมายอีกด้วย โบ บงกช โกลด์ พลัส.

neocell super collagen เคราตินมีหน้าที่สร้างความแข็งแรงและความยืดหยุ่น

neocell super collagen เคราตินมีหน้าที่สร้างความแข็งแรงและความยืดหยุ่น เมื่อสารเคราตินในชั้นผิวลดลง จึงเกิดริ้วรอย (wringkle) บนชั้นผิว, นอกจากนี้ เคราตินมีหน้าที่สร้างความยืดหยุ่นให้ผนังหลอดเลือด มีส่วนช่วยในการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ รวมทั้งยังเป็นส่วนประกอบของเยื่อกระจกตาและเลนส์ตาด้วย การใช้ทางอุตสาหกรรม เมื่อคอลลาเจนผ่านการสลายด้วยน้ำ คอลลาเจนจะแตกตัวออกเป็นสารเชิงซ้อนของคอลลาเจนเปปไทด์แบบ Polyproline II (PPII) หรือเจลาติน นอกจากการใช้เป็นอาหารแล้ว คอลลาเจนยังใช้เป็นส่วนประกอบของยา เครื่องสำอาง และฟีล์มถ่ายภาพเมื่อพิจารณาในแง่ของอุตสาหกรรมอาหารแล้ว สารคอลลาเจนไม่ได้ประกอบด้วยกรดอะมิโนที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่มีการประชาสัมพันธ์เชิงการค้าว่าผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมคอลลาเจนต่างแสดงคุณสมบัติของสินค้าว่าสามารถยับยั้งการเกิดริ้วรอยและมีผลดีต่อสุขภาพ ซึ่งยังไม่มีผลการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่ออกมาสนับสนุนการโฆษณาในลักษณะนี้ neocell super collagen.

neocell super collagen

neocell super collagen คำว่า Collagen (คอลลาเจน) มีรากศัพท์มาจากภาษากรีกจากคำว่า “Kolla” ที่แปลว่า กาว โดยเมื่อก่อนได้มีการทำกาวโดยการนำหนังและเอ็นม้ามาเคี่ยวจนกลายเป็นกาว ตามหลักฐานที่พบมีการใช้งานกาวลักษณะนี้มากว่า 8000 ปีแล้ว โดยใช้เป็นส่วนประกอบในการผลิตเชือกและตะกร้าสานเพื่อให้มีความแข็งแรง และมีการใช้งานภายในครัวเรือนทั่วไป กาวชนิดนี้เมื่อแห้งแล้วสามารถทำให้อ่อนนิ่มได้อีกโดยการให้ความร้อน เพราะกาวจากสิ่งมีชีวิตเป็นเทอร์โมพลาสติก ชนิดหนึ่งจึงมีการใช้งานได้หลากหลายโดยเฉพาะการผลิกเครื่องดนตรีเช่น ไวโอลีน กีตาร์ แม้กระทั่งเมื่อมนุษย์สามารถผลิตพลาสติกสังเคราะห์ได้แล้ว แต่ก็ยังมีการใช้งานกาวเจลาตินอยู่ทั่วไป นีโอเซลล์ คอลลาเจน
มีการใช้คอลลาเจนในศัลยกรรมเสริมสวยอย่างแพร่หลาย โดยเป็นการช่วยฟื้นฟูผู้ป่วยแผลไหม้เพื่อสร้างกระดูกใหม่ ทั้งยังใช้ในจุดประสงค์ทางทันตกรรม ออร์โทพีดิกส์และศัลยกรรมอื่นอีกมาก พบใช้ทั้งคอลลาเจนมนุษย์และวัวเป็นสารเติมเข้าผิวหนังเพื่อรักษารอยย่นและการเปลี่ยนตามวัยของผิวหนังได้ neocell super collagen

เมื่อไม่กี่ปีมานี้ “คอลลาเจน” ได้รับความนิยมอย่างมากในวงการความสวยความงาม เป็นที่รู้กันดีว่าคอลลาเจน ช่วยอะไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็นช่วยให้ผิวพรรณกระชับเต่งตึง ทั้งยังทำให้ผิวดูขาวอมชมพู มีน้ำมีนวล จวบจนปัจจุบันได้มีการนำคอลลาเจนมาใช้ในหลากหลายรูปแบบ ทั้งแบบรับประทานเป็นน้ำ ผง หรือเม็ด แบบทาบำรุง และอีกรูปแบบที่ให้ผลรวดเร็วทันใจนั่นคือคอลลาเจนแบบฉีด จริงๆแล้วเจ้าคอลลาเจนคืออะไร วันนี้เรามาทำความรู้จักไปพร้อมๆกันว่า คอลลาเจน ช่วยอะไรเราได้บ้าง

คอลลาเจนคืออะไร
คอลลาเจน คือโปรตีนชนิดหนึ่งที่เป็นสายยาว ซึ่งทำหน้าที่แตกต่างจากสารโปรตีนโดยทั่วไปเช่นแดียวกับเอนไซม์ เส้นใยคอลลาเจนมีลักษณะเป็นสายเกลียวที่มีหน่วยโมเลกุลเกี่ยวพันกันมากมาย neocell super collagen โดยปกติผิวหนังจะมีคอลลาเจนเป็นโครงสร้างอยู่มาก จึงมีแรงสปริงและยืดหยุ่นดีตามไปด้วย คอลลาเจนนั้นไม่ได้มีอยู่ที่ผิวหนังส่วนนอกเท่านั้น อวัยวะภายในร่างกาย ก็มีคอลลาเจนเป็นส่วนประกอบอยู่มาก ได้แก่ ผังผืด (Fascia) กระดูกอ่อน เอ็น เอ็นกล้ามเนื้อ และกระดูก คอลลาเจนที่เป็นส่วนประกอบหลักของชั้นผิวมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า “เคราติน”

เคราติน มีหน้าที่สร้างความแข็งแรงและความยืดหยุ่น เมื่อสารเคราตินในชั้นผิวลดลง จึงเกิดริ้วรอย (wrinkle) บนชั้นผิว นอกจากนี้ เคราตินมีหน้าที่สร้างความยืดหยุ่นให้ผนังหลอดเลือด มีส่วนช่วยในการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ ทั้งยังเป็นส่วนประกอบของเยื่อกระจกตาและเลนส์ตาด้วย
ในทางการแพทย์คอลลาเจนมีการใช้ในศัลยกรรมเสริมสวยอย่างแพร่หลาย โดยเป็นการช่วยฟื้นฟูผู้ป่วยแผลไหม้เพื่อสร้างกระดูกใหม่ ทั้งยังใช้ในจุดประสงค์ทางทันตกรรม ออร์โทพีดิกส์และศัลยกรรมอื่นอีกมาก พบว่าใช้ทั้งคอลลาเจนมนุษย์และวัวเป็นสารเติมเข้าผิวหนังเพื่อรักษารอยย่นและการเปลี่ยนตามวัยของผิวหนังได้
สำหรับวงการความสวยความงาม เนื่องจากเมื่อคอลลาเจนผ่านการสลายด้วยน้ำจะแตกตัวออกเป็นสารเชิงซ้อนของคอลลาเจนเปปไทด์แบบ Polyproline II (PPII) หรือเจลาติน นอกจากการใช้เป็นอาหารแล้ว คอลลาเจนยังใช้เป็นส่วนประกอบของยา เครื่องสำอาง เมื่อพิจารณาในแง่ของอุตสาหกรรมอาหาร สารคอลลาเจนไม่ได้ประกอบด้วยกรดอะมิโนที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่มีการประชาสัมพันธ์เชิงการค้าว่าผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมคอลลาเจนสามารถยับยั้งการเกิดริ้วรอยและมีผลดีต่อสุขภาพ ซึ่งยังไม่มีผลการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่ออกมาสนับสนุนการโฆษณาในลักษณะนี้ neocell super collagen.

me love mix นํ้าผึ้งมาร์คหน้า 6 สูตรนํ้าผึ้งรักษาสิว บำรุงผิวใส แก้ปัญหาผิวต่างๆได้สารพัด

me love mix นํ้าผึ้งมาร์คหน้า 6 สูตรนํ้าผึ้งรักษาสิว บำรุงผิวใส แก้ปัญหาผิวต่างๆได้สารพัด เนื่องจากน้ำผึ้งมีฤทธิ์ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียและยังฆ่าเชื้อบนผิวหนังได้เป็นอย่างดี ด้วยเหตุนี้ เราจึงสามารถนำน้ำผึ้งมาทำเป็นยารักษาสิวในแบบธรรมชาติได้ โดยสูตรพอกหน้าน้ำผึ้งซึ่งช่วยรักษาสิวได้ก็มีด้วยกันดังนี้ นวดหน้าด้วยนํ้าผึ้ง สิ่งที่ต้องเตรียม : น้ำผึ้ง วิธีพอกหน้าด้วยน้ำผึ้งสูตรที่ 7 นำน้ำผึ้งประมาณ 1-2 ช้อนโต๊ะ มาทาลงบนผิวหน้าจนทั่ว จากนั้นนวดคลึงเป็นวงกลมเบาๆ ในส่วนที่เป็นสิวควรหลีกเลี่ยงการนวดค่ะ เพราะอาจเป็นการกระตุ้นให้สิวอักเสบหนักขึ้นได้ ควรนวดผิวบริเวณทั่วๆ ไปที่ไม่มีสิว จากนั้นปล่อยไว้ประมาณ 5-10 นาที แล้วล้างหน้าให้สะอาดด้วยน้ำอุ่น me love mix.

me love mix

me love mix นํ้าผึ้งรักษาสิวให้หายเร็วขึ้น มีเลิฟ มิกซ์

สิ่งที่ต้องเตรียม : น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา + เกลือ 1/2 ช้อนชา + น้ำอุ่น 1/2 ถ้วย

วิธีพอกหน้าด้วยน้ำผึ้งสูตรที่ 8 me love mix
อันดับแรกให้แต้มสิวด้วยน้ำเกลือก่อน โดยใช้เกลือ 1/2 ช้อนชา ผสมกับน้ำอุ่น 1/2 ถ้วย คนให้เข้ากัน จากนั้นนำสำลีมาพันปลายไม้แล้วจุ่มลงในน้ำเกลือ เสร็จแล้วให้นำมาทาลงบนสิว ปล่อยทิ้งไว้เช่นนั้นประมาณ 5-10 นาที น้ำเกลือจะช่วยให้ผิวบริเวณดังกล่าวมีความอ่อนนุ่ม เสร็จแล้วเช็ดให้แห้งด้วยสำลีแผ่นสะอาด แล้วนำน้ำผึ้งมาแต้มสิวต่อ โดยแต้มทิ้งไว้ 10 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด เช็ดหน้าให้แห้งเป็นอันเสร็จ

พอกหน้าด้วยนํ้าผึ้ง

แต้มสิวด้วยน้ำผึ้งและอบเชย

สิ่งที่ต้องเตรียม : น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา + อบเชย 1 ช้อนชา

วิธีพอกหน้าด้วยน้ำผึ้งสูตรที่ 9
ให้นำน้ำผึ้งและอบเชยมาผสมให้เข้ากันด้วยอัตราส่วนที่เท่ากัน แล้วนำมาแต้มลงบนหัวสิวหรือจะพอกจนทั่วใบหน้าก็ได้ โดยพอกทิ้งไว้ 1 ชั่วโมง จากนั้นล้างออกให้สะอาดด้วยน้ำอุ่น อบเชยและน้ำผึ้งซึ่งมีสรรพคุณเป็นยาต่อต้านเชื้อแบคทีเรียอยู่แล้ว

มะขามเปียก เป็นสมุนไพรในครัวเรือนที่ต้องบอกเลยว่ามีแทบทุกบ้าน เพราะนิยมนำมาใช้เป็นส่วนประกอบในการทำอาหารมากที่สุด โดยจะมีรสชาติเปรี้ยวๆ เหมาะกับการใช้ทำแกงส้มได้เป็นอย่างดี me love mix แต่รู้ไหมว่านอกจากมะขามเปียก จะมีดีเรื่องของการนำมาปรุงอาหารหรือสรรพคุณที่เป็นยาแล้ว มะขามเปียกก็สามารถนำมาใช้พอกหน้า เพื่อเพิ่มความขาวกระจ่างใสและดูอ่อนเยาว์ลงให้กับใบหน้าของเราได้อีกด้วย ซึ่งเราก็มี 7 สูตรมะขามเปียกพอกหน้ามาฝากดังนี้

สูตรมะขามเปียกพอกหน้า

สูตรที่ 1 ขจัดเซลล์ผิวเก่า เพื่อผิวขาวกระจ่างใส

ส่วนผสมที่ต้องเตรียม : มะขามเปียก 1 กำ, น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ, มะนาว 1 ช้อนชา

วิธีพอกหน้าด้วยมะขามเปียกสูตรที่ 1
สูตรนี้เป็นสูตรที่จะช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วให้หลุดลอกออกไป แล้วเผยผิวใหม่ที่ดูขาวกระจ่างใสยิ่งกว่า ทำให้ผิวหน้าดูเรียบเนียนและผ่องใสยิ่งขึ้น แถมยังช่วยแก้ปัญหาผิวไหม้แดดได้ดีทีเดียว โดยวิธีทำนั้น ให้นำมะขามเปียกมาแยกเอาเม็ดและกากออกให้หมด จากนั้นนำมะขามเปียกที่ได้มาผสมกับน้ำผึ้งและน้ำมะนาวที่เตรียมไว้ คนจนเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำส่วนผสมที่ได้มาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด ควรทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง จะเห็นผลลัพธ์ที่เร็วและทันใจยิ่งขึ้น

มะขามเปียกพอกหน้า

มาร์คหน้าด้วยมะขามเปียกสูตรที่ 2 กำจัดและลดการเกิดสิว

ส่วนผสมที่ต้องเตรียม : มะขามเปียก ½ ถ้วย, นมสด 1/3 ถ้วย me love mix.

This entry was posted on February 9, 2017, in me love mix.

v col บทสรุปหลักสูตรจากบ้านสุขภาพล้างพิษตับ

v col บทสรุปหลักสูตรจากบ้านสุขภาพล้างพิษตับ วิธีการล้างตับ (Liver Flushing) คือการขับสารพิษออกจากตับโดยที่ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องกินยา สามารถทำได้เองที่บ้านและได้ผลจริง … ซึ่งจะช่วยเรื่องสิว ผิวพรรณและโรคต่างๆอีกมากมาย โดยวิธีการล้างพิษออกจากตับด้วยกระบวนการธรรมชาติบำบัดนี้มีหลายสูตรหลายวิธีการด้วยกัน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ สำหรับในประเทศไทย สูตรล้างพิษตับ (สูตรสั้น) ของ อ.ขวัญดิน นี้ ก็เป็นอีกหนึ่งสูตรในหลายๆวิธีล้างตับ ที่ได้ผ่านการทดลองและทดสอบกับผู้คนมากมาย จนเป็นที่ยอมรับว่าเป็นหลักสูตรที่ได้ผลจริง ซึ่งได้มีการเผยแพร่สูตรล้างพิษตับนี้ออกไปอย่างกว้างขวางในกลุ่มคนไทยผู้สนใจในการดูแลสุขภาพด้วยวิธีธรรมชาติบำบัดดังจะเห็นได้ว่ามีศูนย์ มีค่าย มีคอร์ส เกี่ยวกับการล้างพิษตับนี้ เปิดขึ้นเป็นจำนวนมากในปัจจุบัน ซึ่ง บ้านสุขภาพเขาใหญ่ และ บ้านสุขภาพปทุมธานี ก็เป็นค่ายล้างพิษตับหนึ่งที่ใช้หลักสูตรนี้ สรุปภาพรวมของการมาเข้าคอร์สล้างพิษตับ v col.

v col

v col เพื่อให้เข้าใจง่ายๆ การมาเข้าค่ายล้างพิษตับนั้น สรุปภาพรวมโดยสังเขปแล้ว ก็คือ วีคอล
1. การอดอาหาร
2. ดิ่มน้ำสมุนไพรและสารที่ช่วยขับพิษต่างๆ (ดีท็อกซ์)
3. ทีมงานจะสอนและอธิบายวิธีการต่างๆให้ความรู้ในการล้างพิษตับและการทำดีท็อกซ์
4. อบรบรับฟังการบรรยายเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อเพิ่มความรู้ให้กับตนเองให้สามารถนำกลับไปปฎิบัติใช้ที่บ้านได้ เพื่อดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวัน
5. ถือว่าเป็นการมาพักผ่อน สูดอากาศบริสุทธิ์ บรรยากาศร่มรื่น สัมผัสกับธรรมชาติ v col

สรุปรวมระยะเวลาในหลักสูตรล้างพิษตับ อ.ขวัญดิน (แบบสั้น)

– ระยะเวลาในการเข้าร่วมกิจกรรม 2 คืน 3 วัน
– ระยะเวลาในการเข้าสู่กระบวนการล้างพิษจริง 1 คืน 2 วัน
– ระยะเวลาในการอดอาหารรวม 45 – 48 ชั่วโมง

ผลไม้บางชนิดนั้น นอกจากความอร่อยแล้ว ยังมีสรรพคุณและคุณประโยชน์ดีๆ แฝงอยู่มากมาย ซึ่งล้วนแล้วแต่ดีกับร่างกายและสุขภาพของเรามาก
แม้อาหารจะมีทั้งคุณและโทษ การรับประทานอาหารไม่สมดุลกับความต้องการของร่างกาย รับประทานไม่ถูกวิธี หรืออาหารที่รับประทานปนเปื้อนสารพิษ อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ เช่น ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย แพ้อาหาร ซ้ำร้ายยิ่งกว่านั้น สารพิษสะสมยังเป็นตัวการให้เกิดโรคร้าย เช่น โรคมะเร็ง
ทางที่ดีควรหันมาใส่ใจดูแลอาหารการกินในชีวิตประจำวันตั้งแต่วันนี้กันดีกว่า การกินผลไม้ที่มีคุณสมบัติช่วยล้างพิษก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการดูแลรักษาสุขภาพ
ไปดูกันเลยว่า 5 ผลไม้นั้นมีอะไรกันบ้าง v col ที่ช่วยขับล้างพิษของเสียในร่างกายและยังช่วยให้ระบบย่อยอาหารของคุณดีขึ้นอีกด้วย แถมเป็นผลไม้หาง่ายราคาไม่แพง
1.แอปเปิ้ล ผลไม้ที่ดีที่สุดสำหรับการขจัดของเสียออกจากร่างกาย สารเพคตินในแอปเปิ้ลจะช่วยกำจัดสารพิษและป้องกันไม่ให้โปรตีนในลำไส้บูดเน่า นอกจากนี้แอปเปิ้ลยังมีไฟเบอร์สูง ซึ่งเปรียบเหมือนไม้กวาดช่วยทำความสะอาดลำไส้ ทำให้ตับและระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น
2.สับปะรด มีเอนไซม์ที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของกรดไฮโดรคลอริกในกระเพาะอาหาร ทำให้ของเสียเป็นโปรตีนแตกตัวเร็วขึ้น สับปะรดช่วยรักษาอาการอักเสบในทางเดินอาหาร และช่วยในการทำงานของต่อมไร้ท่อ
3.องุ่น ผลไม้ลูกเล็กๆ ที่ทำหน้าที่เป็นสารฟอกล้างให้ผิวหนัง ตับ ไต และลำไส้ นอกจากนี้องุ่นยังอุดมไปด้วยเกลือแร่และพลังงานจึงช่วยบำรุงเลือด ช่วยซ่อมแซมและสร้างเซลล์ในร่างกาย
4.แตงโม มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ เท่ากับช่วยฟอกล้างร่างกาย อีกทั้งช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหาร ลดความดันโลหิต เปลือกของแตงโมอุดมไปด้วยคลอโรฟิลล์ และที่เมล็ดยังมีวิตามินมากมาย น้ำคั้นจากเปลือกและเมล็ดแตงโมจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง
5.มะละกอ เอนไซม์ปาเปนในกล้ามเนื้อมะละกอมีลักษณะคล้ายกับน้ำย่อยเปปซินกระเพาะอาหาร ดังนั้นมะละกอจึงช่วยให้โปรตีนแตกตัวได้เร็วขึ้นเช่นเดียวกับสับปะรด อีกทั้งยังช่วยทำความสะอาดลำไส้และช่วยย่อยอาหาร การรับประทานมะละกอเป็นประจำยังช่วยลดอาการซึมเศร้าได้เป็นอย่างดีอีกด้วย
รู้ถึงคุณประโยชน์เช่นนี้ก็หามารับประทานกันเยอะๆ ถูก ดี และมีประโยชน์

หากคุณมีอาการครั่นเนื้อครั่นตัวปวดศีรษะ มึนงง สมาธิสั้น ท้องอืด อาหารไม่ย่อย ตาแฉะ และปวดเมื่อยตามเนื้อตัวโดยไม่มีสาเหตุแล้วละก็ คุณควรหันมาใส่ใจระบบการใช้ชีวิตประจำวันให้มากขึ้นอีกนิด เพราะนี่เป็นสัญญาณฟ้องว่าร่างกายของคุณได้สะสมสารพิษŽ (TOXIN) ไว้มากเกินควร v col.

This entry was posted on February 5, 2017, in v col.

กำลังช้างสาร สาเหตุของกามตายด้าน

กำลังช้างสาร สาเหตุของกามตายด้าน การแข็งตัวของอวัยวะเพศต้องมีขั้นตอนดังต่อไปนี้ โดยเริ่มต้นจากต้องมีความรู้สึกต้องการทางเพศซึ่งเกิดที่สมองได้รับการกระตุ้นซึ่งอาจจะเกิดจากรูป กลิ่น เสียง สัมผัส และจากความคิด ส่งผ่านความรู้สึกต้องการทางเพศนั้นไปยังประสาทไขสันหลังและไปกระตุ้นอวัยวะเพศทำให้เลือดไหลเข้าอวัยวะเพศ หลอดเลือดที่อวัยวะเพศต้องมีการขยายตัวเลือดจึงจะเข้าในอวัยวะเพศได้อย่างเต็มที่ ดังนั้นหากมีปัจจัยมากระทบกลไกทั้งสามก็จะทำให้เกิดการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ สาเหตุของโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศแบ่งตามกลไกการแข็งตัว สาเหตุของ ED แบ่งตามกลไกการแข็งตัวได้เป็น 3 ขั้นตอนได้แก่ ความล้มเหลวในการกระตุ้นให้เกิดการแข็งตัวมักจะเกิดจากจิตใจ สมอง ระบบประสาท และการขาดฮอร์โมนเพศชาย
ความล้มเหลวที่เลือดแดงจะไหลเข้ามาคั่งในอวัยวะเพศ ประเภทใจสู่แต่องคชาติไม่ขยายตัวยาว ใหญ่และแข็งพอมักจะเกิดจากระบบไหลเวียนโลหิตมาเลี้ยงองคชาติไม่พอ ความล้มเหลวในการกักกันเลือดแดงที่ไหลเข้ามาคั่งในองคชาติแล้วค้างอยู่ได้มากพอและนานพอที่จะทำให้ องคชาตแข็งตัวเต็มที่และนานพอที่จะมีเพศสัมพันธุ์ได้สำเร็จ มักจะเกิดจากผู้สูงอายุมีพังผืดมาแทนหลอดเลือดแดง กำลังช้างสาร.

กำลังช้างสาร
กำลังช้างสาร สาเหตุของ ED แยกตามระบบต่างๆ กำลังช้างสารสมุนไพรคุณสัมฤทธิ์

ความผิดปกติของเส้นเลือดแดง เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดสาเหตุสำคัญได้แก่
โรคเบาหวาน
โรคความดันโลหิตสูง
โรคไขมันในเลือดสูง
การสูบบุหรี่
การฉายแสง
คนที่ขี่จักรยานทางไกล ขี่มอเตอร์ไซด์
ความผิดปกติของระบบประสาท แบ่งตามระดับต่างๆได้ดังนี้
ระดับสมอง เช่นเนื้องอกสมอง โรคลมชัก อัมพาต Parkinson Alzheimer’s disease
ระดับไขสันหลัง สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือการได้รับอุบัติเหตุ กำลังช้างสาร
ระดับเส้นประสาทและปลายประสาท สาเหตุที่พบบ่อยคือโรคเบาหวาน นอกจากนั้นยังพบได้ในผู้ที่ผ่าตัดในช่องท้อง ผ่าตัดต่อมลูกหมาก
ความผิดปกติเกี่ยวกับหลอดเลือดดำ มักจะพบในผู้ที่สูงอายุ โรคเบาหวานเนื่องจากมีการแข็งตัวของหลอดเลือดดำ
ความผิดปกติในระดับฮอร์โมน ผู้ที่มีฮอร์โมนเพศชายน้อยกว่าปกติมักจะมีปัญหาเรื่อง ED โดยจะมีความต้องการทางเพศลดลง แต่จะไม่เกี่ยวข้องกับการแข็งตัวของอวัยวะเพศ
ความผิดปกติเกี่ยวกับเรื่องจิตใจซึ่งแบ่งได้เป็นสองประเภท คือพวกที่มีโรคทางจิตใจอยู่เก่า เช่นโรคซึมเศร้า ผู้ที่เครียด ส่วนประเภทที่สองคือพวกที่มีปัญหาทางเพศซึ่งอาจจะเกิดจากการหลั่งเร็ว หรือแข็งตัวไม่เต็มที่แล้วเกิดความกังวลใจเรื้อรัง
ความรุนแรงของโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศแบ่งออกได้ 3 ระดับคือ

อาการน้อย คือสามารถมีเพศสัมพันธุ์ได้สำเร็จเกือบทุกครั้ง
อาการปานกลาง คือมีเพศสัมพันธุ์ได้สำเร็จประมาณครึ่งหนึ่ง
อาการรุนแรง คือมีเพศสัมพันธุ์ไม่สำเร็จ
การวินิจฉัย

ประวัติการเจ็บป่วย โรคที่เป็นอยู่ ยาที่ใช้เป็นประจำ กำลังช้างสาร ความถี่ของความต้องการทางเพศ ความถี่ของการแข็งตัว ความถี่ของการหลั่ง ข้อมูลเหล่านี้คุณต้องเตรียมไว้สำหรับตอบคำถามแพทย์
การตรวจร่างกาย ลองจับอวัยวะเพศว่ามีการแข็งตัวหรือไม่หากไม่มีการแข็งตัวอาจจะหมายถึงว่ามีปัญหาเกี่ยวกับเส้นประสาท มีการร่วงของขนอวัยวะเพศหรือไม่หากมีสาเหตุก็อาจจะเกิดจากต่อมไร้ท่อ
การวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการณ์ แพทย์จะเจาะเลือดตรวจการทำงานของตับ น้ำตาล ไต ไขมันผลเลือดทั่วไป สำหรับผู้ที่มีความต้องการทางเพศต่ำอาจจะต้องเจาะหาระดับฮอร์โมน testosterone นอกจากนั้นยังต้องสังเกตการแข็งตัวของอวัยวะเพศระหว่างที่หลับหากสามารถแข็งตัวตอนกลางคืน หรือตอนเช้ามืดแสดงสาเหตุน่าจะเกิดจากจิตใจ
การรักษา

การรักษาเบื้องต้นต้องกำจัดหรือลดปัจจัยเสี่ยงให้น้อยที่สุด คือจะต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการดำเนินชีวิตเช่น รับประทานอาหารที่มีกากอาหาร อาหารที่มีไขมันต่ำ ลดเกลือ งดสุรา งดบุหรี่
Psychotherapy การรักษาทางด้านจิตใจหากปัญหากามตายด้านเกิดจากทางด้านจิตใจแพทย์จะช่วยลดความกังวล กำลังช้างสาร.