Archive | January 2017

sye coffee ใครที่มีรูปร่างอ้วนอยู่ อาจกังวลใจว่า จะใช้วิธีใดที่ให้ผลลดน้ำหนักลง

sye coffee ใครที่มีรูปร่างอ้วนอยู่ อาจกังวลใจว่า จะใช้วิธีใดที่ให้ผลลดน้ำหนักลงได้อย่างรวดเร็ว หรือมีสัดส่วนที่ผอมเพรียวทันใจ ซึ่งวิธีการหนึ่งที่สาวๆ ให้ความสนใจกันมากคือ การฉีดเมโสแฟต (Meso Fat) หรือยาสลายไขมัน โดยตำแหน่งที่นิยมฉีดมากคือ การฉีดลดไขมันที่แก้มเพื่อทำให้หน้าเล็กลง และการฉีดบริเวณหน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา เพื่อให้ดูรูปร่างผอมลง ยาที่มีการใช้ฉีดเพื่อสลายไขมันที่นิยมในบ้านเรา แบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ยากลุ่มแรก คือ สารสเตียรอยด์ ซึ่งเป็นยาที่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ใช้สำหรับรักษาโรคที่มีการอักเสบภายในร่างกาย แต่ยาชนิดนี้จะมีฤทธิ์ข้างเคียงทำให้ไขมันฝ่อและสลายตัวไปได้ จึงมีการนำสารสเตียรอยด์นี้มาฉีดเข้าสู่ร่างกายเพื่อสลายไขมันเฉพาะส่วน ซึ่งถือว่าเป็นการใช้ยาที่ผิดวัตถุประสงค์ เนื่องจากการฉีดสารสเตียรอยด์เพื่อสลายไขมัน ต้องฉีดยาเข้าสู่ร่างกายในปริมาณมาก ซึ่งคนไข้อาจเกิดผลข้างเคียงจากการฉีดได้ เช่น เกิดผิวหนังบุ๋ม เกิดการติดเชื้อ หรือมีการบวมน้ำตามร่างกายได้ sye coffee.

sye coffee
sye coffee ยากลุ่มที่สอง เป็นยาที่ใช้กันในต่างประเทศ ยังไม่ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาของประเทศไทย เช่น กาแฟลดน้ำหนัก Phosphatidylcholine, Deoxycholate, L-carnitine, Dexpanthenol (B5), Amino acids, Minerals ฯลฯ ยากลุ่มนี้บางตัวได้ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาเพื่อการทาเท่านั้น ไม่ได้เอามารับรองเพื่อการฉีด ดังนั้นการฉีดยาประเภทนี้เข้าสู่ร่างกาย จึงเป็นการฉีดที่ไม่ปลอดภัย และยิ่งวิธีการฉีดถ้าไม่สะอาดพอ ก็อาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา และอาจเกิดผลข้างเคียงที่ร้ายแรงตามมา หรือผิวหนังเป็นคลื่นจากการสลายไขมันเป็นหย่อม ๆ เนื่องจากเวลาฉีด ไม่ได้ฉีดเพียงจุดเดียว อาจฉีดเป็นสิบหรือร้อยจุด ที่สำคัญยาเหล่านี้บางตัวยังไม่มีงานวิจัยรับรองว่าได้ผลในการสลายไขมันด้วยซ้ำไป กาแฟ sye s
ปัจจุบันยังไม่มียาฉีดสลายไขมันตัวใด ที่ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาของไทย สำหรับสาวๆ ที่รักสวยรักงาม ไม่ว่ากระแสความงามเรื่องใดจะมาแรงก็ตาม ให้ศึกษาถึงผลดีผลเสียก่อนว่า ถ้าพลาดไปจะเป็นอย่างไร เพิ่มความรอบคอบสักนิดก่อนใช้ มิฉะนั้นแล้วจะมานั่งทุกข์ใจ แถมได้รอยตำหนิมาเป็นของแถม แต่ในรายที่ถูกฉีดไปแล้ว หากเกิดผลข้างเคียงขึ้น ขอให้ไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับการรักษา sye coffee
ถ้าอยากได้วิธีการสลายไขมันที่ปลอดภัยและมีหุ่นสวยเพรียวตลอด แนะนำให้ออกกำลังกายและควบคุมอาหาร จะเป็นการดีที่สุดต่อสุขภาพของคุณค่ะ

อย. เตือนผู้บริโภค อย่าหลงเชื่อคำโฆษณาเครื่องสำอางที่อวดอ้างสรรพคุณเกินจริง ช่วยทำให้ผิวขาว ขยายขนาดทรวงอก ป้องกันผมหลุดร่วง ฯลฯ หากผู้บริโภคซื้อมาใช้อาจทำให้เสียเงินฟรี และเสี่ยงต่อการได้รับผลิตภัณฑ์ที่มีการลักลอบใส่สารห้ามใช้ที่เป็นอันตราย
ภก. ประพนธ์ อางตระกูล รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และในฐานะโฆษก อย. เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้มีการตรวจสอบเฝ้าระวังโฆษณาของผลิตภัณฑ์สุขภาพทางสื่อต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยศูนย์จัดการเรื่องร้องเรียนและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สุขภาพ (ศรป.) ปัจจุบันพบการโฆษณาขายผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่มีการอวดอ้างสรรพคุณเกินจริงจำนวนมาก ผ่านทางสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น สื่อวิทยุ โทรทัศน์ สิ่งพิมพ์ และโดยเฉพาะ สื่ออินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นสื่อที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยพบว่ามีการอวดอ้างสรรพคุณของเครื่องสำอางบำรุงผิว เช่น “… ช่วยให้ผิวขาวทันใจ หน้าใสทันตา เปลี่ยนจากผิวดำเป็นผิวขาว เห็นผล 100%” “… ช่วยปรับผิวขาวเร่งด่วนได้ใน 2 สัปดาห์ เห็นผลจริง พิสูจน์เลย” เครื่องสำอางบำรุงผิวทรวงอก เช่น “… ใช้แล้วช่วยขยายทรวงอกให้ทรวงอกอวบอิ่ม” เครื่องสำอางบำรุงเส้นผมและหนังศีรษะ เช่น “… ป้องกันผมหลุดร่วง กระตุ้นการสร้างเส้นผมใหม่” ซึ่งข้อความโฆษณาเหล่านี้เป็นข้อความที่โอ้อวด เกินจริง ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดต่อผู้บริโภค เนื่องจากผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีจุดประสงค์เพื่อใช้ทำความสะอาดและเพิ่มความสวยงามเท่านั้น ไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของร่างกาย ไม่สามารถทำให้สัดส่วนของรูปหน้าหรือรูปร่างเปลี่ยนแปลงได้ ไม่สามารถยับยั้งหรือเปลี่ยนแปลงการผลิตเม็ดสีเมลานิน sye coffee จึงไม่สามารถทำให้สีผิวเกิดการเปลี่ยนแปลง ไม่สามารถลบริ้วรอยเหี่ยวย่น ไม่สามารถกระตุ้นให้ทรวงอกขยายขนาด หรือไม่สามารถทำให้ผมงอกขึ้นใหม่ได้แต่อย่างใด
ทั้งนี้ หากผู้ประกอบการธุรกิจเครื่องสำอางมีการโฆษณาโดยใช้ข้อความที่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับเครื่องสำอาง จะมีความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 โดยมีบทลงโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือนหรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนสื่อโฆษณาหรือ ผู้ประกอบธุรกิจโฆษณา จะมีบทลงโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 25,000 บาท หากพบการกระทำความผิดซ้ำเป็นครั้งที่ 2 หรือครั้งต่อไป จะถูกส่งดำเนินคดีทางศาล
รองเลขาธิการฯ อย. กล่าวในตอนท้ายว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีมีความก้าวหน้าจึงมีช่องทางในการโฆษณาเครื่องสำอางเพิ่มขึ้น เช่น การขายเครื่องสำอางทางทีวีดาวเทียม และการขายเครื่องสำอางผ่านโซเชียลมีเดีย เช่น ทางเฟสบุค อินสตาแกรม ทำให้ผู้ซื้อเข้าถึงได้ง่าย มีทั้งการโฆษณาที่อ้างว่าเป็นรีวิวของผู้ใช้ว่าใช้ได้ผลดี สามารถมีผลต่อโครงสร้างของร่างกายดังกล่าว ดังนั้นก่อนการตัดสินใจซื้อเครื่องสำอาง ขอให้ซื้อจากร้านที่มีหลักแหล่งเชื่อถือได้ และอ่านฉลากเครื่องสำอางให้ถี่ถ้วน สังเกตเลขที่ใบรับแจ้ง 10 หลัก และต้องมีชื่อที่ตั้งของผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าแสดงอยู่อย่างชัดเจน ถึงแม้จะเป็นเครื่องสำอางที่นำเข้ามาจากต่างประเทศก็ต้องมีฉลากภาษาไทย และผู้บริโภคสามารถตรวจสอบเลขที่ใบรับแจ้ง 10 หลัก ของเครื่องสำอางได้ทางเว็บไซต์ อย. www.fda.moph.go.th หรือที่ Oryor Smart Application ว่าเลขที่ ใบรับแจ้งที่ฉลากเครื่องสำอางตรงกับฐานข้อมูลของ อย. หรือไม่ อย่าหลงเชื่อคำโฆษณาที่โอ้อวดสรรพคุณเกินจริง ยิ่งถ้าข้อมูลบนฉลากไม่ครบถ้วนก็ไม่ควรซื้อ เพราะอาจทำให้เสียเงินฟรี และเสี่ยงต่อการได้รับผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีคุณภาพมาตรฐาน sye coffee.

This entry was posted on January 31, 2017, in sye coffee.

bio c เมื่อพูดถึงวิตามินซี หลายคนคงนึกถึงผลไม้รสเปรี้ยว

bio c เมื่อพูดถึงวิตามินซี หลายคนคงนึกถึงผลไม้รสเปรี้ยว อย่างเช่น ส้ม มะนาว ฝรั่ง มะขามหวาน มะขามป้อมและอีกมากมาย ขอเพียงแต่เป็นผักผลไม้สดๆ เป็นใช้ได้ หรือบางคนอาจนึกถึงยาเม็ดสีส้ม สีเหลือง ที่มีรสชาติออกเปรี้ยวๆ หวานๆ ไว้กินเวลามีเลือดออกตามไรฟัน ในความเป็นจริงแล้ววิตามินซีมีประโยชน์มากมายกว่านั้น Vitamin C หรือ L-ascorbic acid เป็นวิตามินที่ละลายได้ในน้ำ ร่างกายไม่สามารถที่จะสร้างขึ้นเองได้ จึงจำเป็นต้องได้รับจากการรับประทานเข้าไป วิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย ช่วยเพิ่มภูมิชีวิตได้เป็นอย่างดี เพราะสามารถป้องกันและรักษาการอักเสบอันเนื่องมาจากแบคทีเรียและไวรัสได้ bio c.

bio c

bio c ชนิดของวิตามินซี

1. แบบ ascorbic acid จะมีความเป็นกรดสูงมาก ไบโอซี
2. แบบ buffer คือผสมเกลือแร่เข้าไป เช่น sodium,calcium เมื่อรวมตัวกัน จะมีชื่อเรียกว่า sodium ascorbate,calcium ascorbate
3. แบบ ester-c สกัดจาก calcium ascorbate ไม่มีความเป็นกรดหลงเหลืออยู่ (สามารถทานตอนท้องว่างได้)

ประโยชน์ของวิตามินซี
1.ช่วยบรรเทาอาการของโรคหวัดทำให้หายเร็วขึ้นถึง 21% บรรเทาอาการแพ้ หอบหืด ไซนัส bio c
2.ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ โดยการขจัดสารก่อมะเร็งที่มีใน และช่วยดูดน้ำกลับเข้ามาในลำไส้ใหญ่ ส่งผลให้อุจจาระนิ่มขึ้น
3.วิตามินซีช่วยปกป้องเซลล์ และความแข็งแรงของเนื้อเยื่อในร่างกายที่เกี่ยวข้องกับเส้นเอ็นและคอลลาเจน โดยช่วยสร้างเนื้อเยื่อคอลลาเจนทำให้ผิวพรรณมีความยืดหยุ่น
4.วิตามินซีช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น เนื่องจากช่วยให้ร่างกายซ่อมแซมและรักษาตัวเอง โดยการไปเสริมสร้างผนังเซลล์ ทำให้เส้นเลือดฝอยแข็งแรงและต่อต้านการอักเสบ จึงทำให้แผลหายเร็ว
5.วิตามินซีช่วยให้เหงือกมีสุขภาพแข็งแรง และช่วยให้แผลที่เหงือกหายเร็ว
6.วิตามินซีช่วยเพิ่มความต้านทานต่อโรคหัวใจ โดยการไปช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมระดับคอเลสเตอรอลในร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรับประทานร่วมกับวิตามินอี โดยจะไปลดการเกาะของไขมันที่ผนังหลอดเลือด
7.วิตามินซีช่วยในการป้องกันโรคต้อกระจก เนื่องจากวิตามินซีสามารถช่วยปกป้องเลนส์ตาจากอันตรายต่างๆ เช่น ควันบุหรี่ แสงอัลตราไวโอเลต ที่เป็นสิ่งกระตุ้นให้เกิดโรคต้อกระจก
8.วิตามินซีช่วยป้องกันไมเกรน เมื่อรับประทานร่วมกับ Pantothenic acid(Vitamin B5) โดยวิตามินซีจะไปช่วยร่างกายในการต่อสู้กับความเครียดได้ดีขึ้น
9.วิตามินซีช่วยลดความเครียด และยังเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนกรดอะมิโนให้กลายเป็นสารในสมอง ซึ่งมีความจำเป็นต่อสมองและหน้าที่ของระบบประสาทด้วย
10.วิตามินซีช่วยเพิ่มความแข็งแรงของภูมิต้านทานโรค โดยเฉพาะประสิทธิภาพของเม็ดเลือดขาว
11.ป้องกันการทำลายของเซลล์มะเร็งด้วยกลไกการสร้างคอลลาเจน

Trick ในการรรับประทานวิตามินซี : แนะนำให้ทานช่วงเวลาประมาณ 9-10 โมงเช้า bio c จะเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด เป็นช่วงเวลาที่ร่างการดูดซึมสารอาหารต่างๆได้ดีที่สุดช่วงเวลานี้

การเลือกซื้อวิตามินซี
1. ดูแหล่งที่มาของวิตามินซี ว่าได้มาจากการสังเคราะห์ หรือการสกัดจากธรรมชาติ เนื่องจากวิตามินซีที่สกัดมาจากธรรมชาติจะมีประสิทธิภาพที่ดีกว่า ร่างกายสามารถดูดซึมได้ดีกว่า และมีผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นจากการบริโภคมากเกินไปที่น้อยกว่า โดยวิตามินจากธรรมชาติให้สังเกตจากฉลากข้างขวดว่า ผลิตจากผักและผลไม้ในสภาวะที่เหมาะสม หรือ Made from fruits and vegetables below 70 degrees

2. ให้สังเกตค่าไบโอฟลาโวนอยด์ (Bioflavonoids) ว่ามีอยู่มากน้อยเพียงใด เพราะสารดังกล่าวเป็นสารพฤษเคมีชนิดหนึ่ง เป็นสารมีประโยชน์ที่พบในพืช ซึ่งจะมีผลในการช่วยดูดซึมและการออกฤทธิ์ของวิตามินซีให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น โดยอย่างน้อยที่สุดในทุกๆ 500 มิลิกรัม ของผลิตภัณฑ์วิตามินซี ควรจะมีไบโอฟลาโวนอยด์ อย่างน้อย 100 มิลลิกรัม

ปริมาณที่แนะนำให้บริโภคต่อวัน : ปกติร่างกายควรรับปริมาณวิตามินซีไม่น้อยกว่า 60 mg ต่อวัน แต่อย่างไรก็บตามผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารเสริมสุขภาพได้ให้คำแนะนำว่า เพื่อประสิทธิภาพที่ดีต่อสุขภาพร่างกายควรจะต้องรับประทานวิตามินซีอย่างน้อย 100-200 mg ต่อวัน สำหรับคนที่เครียดบ่อยๆ เป็นหวัดบ่อยๆ ควรรับประทานวันละ 500-1000 mg

และวิตามินซีที่ดีควรมีส่วนผสมของไบโอฟลาโวนอยด์ในปริมาณ 100-500 mg ต่อวัน เพื่อช่วยให้ร่างกายดูดซึมวิตามินซีไปใช้อย่างเต็มประสิทธิภาพอีกด้วย bio c.

This entry was posted on January 29, 2017, in bio c.

เอมมูร่า เซซามิน งาดา งา พืชที่อุดมไปด้วยสารอาหารต่างๆมากมาย

เอมมูร่า เซซามิน งาดา งา พืชที่อุดมไปด้วยสารอาหารต่างๆมากมาย โดยงา จะมี 2 แบบ คือ งาดา และ งาขาว นอกจากนี้ ยัง มีน้ามันงาที่นามาใช้ปรุงอาหาร เพราะมีกลิ่นหอมและกรด ไขมันที่มีประโยชน์ ทั้งนี้สารอาหารที่มีอยู่ในเมล็ดงาล้วน แต่มีประโยชน์ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น โปรตีน ที่มีกรดอะมิโน ที่จาเป็นต่อร่างกาย คือ กรดอะมิโนเมธิโอนีน นอกจากนี้ เรายังสกัดน้ามันจากงาออกมาได้อีกด้วย ซึ่งน้ามันที่ได้ นั้นเป็นน้ามันงาที่มีคุณสมบัติเยี่ยม คือ มีกรดไขมันชนิด ไม่อิ่มตัวสูง ทั้งกรดไขมันโอเมก้า 3 กรดไขมันโอเมก้า 6 ที่มีคุณสมบัติช่วยลดคลอเลสเตอรอล จึงช่วยป้ องกัน หลอดเลือดแข็งตัว ป้ องกันโรคหัวใจ ทาให้ระบบหัวใจ แข็งแรง นอกจากนี้ ยังมีกรดไขมันไลโนเลอิค ที่ช่วยทาให้ ผมดกดา บารุงผิวพรรณให้ชุ่มชื้น2. นอกจากนี้งายังมีวิตามินและแร่ธาตุที่สาคัญ โดยเฉพาะแคลเซียมที่มี มากกว่านมวัวถึง 6 เท่า มีธาตุเหล็ก แมกนีเซียม สังกะสี ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม และทองแดง และยังมากด้วยวิตามินบีชนิดต่างๆ ซึ่งดีต่อระบบประสาท ช่วยทาให้ นอนหลับ ร่างกายกระฉับกระเฉง พร้อมกันนั้นยังมีสารบารุงประสาทด้วย และ วิตามินอีเป็นตัวแอนติออกซิแดนท์ที่ช่วยต้านมะเร็ง สาหรับประโยชน์ของงาดานั้น งาดา มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Sesamum orientale L. อยู่ในวงศ์ Pedaliaceae ชื่อสามัญคือ sesame มีถิ่นกาเนิดอยู่ใน ประเทศเอธิโอเปีย และถูกนาเข้าไปยังอินเดียและแพร่ต่อไปในจีน แอฟริกาเหนือ เอเซียใต้ และทวีปอเมริกา ซึ่งงาดามีประโยชน์อย่างมาก การบริโภคงาดาเป็นประจา จะช่วยให้นอนหลับ กระปรี้กระเปร่า ป้ องกันโรคเหน็บชา บารุงกระดูก ป้ องกันอาการ ท้องผูก ลดระดับโคเลสเตอรอลในเลือดบรรเทาอาการริดสีดวงทวาร และช่วยบารุง รากผม เอมมูร่า เซซามิน.

เอมมูร่า เซซามิน
เอมมูร่า เซซามิน 3. ส่วนประโยชน์อีกอย่างหนึ่ง คือ ถ้าใช้น้ามันงาดิบนวดตัวในตอนเช้า ก่อนอาบน้า จะช่วยปรับระบบประสาทและระดับฮอร์โมน ให้เข้าสู่สภาวะ สมดุล ช่วยคลายเครียดทาให้จิตใจสงบ และยังสามารถนาน้ามันงาดิบไปใช้ นวดตัว เพื่อขจัดอาการปวดเมื่อย คลายกล้ามเนื้อ บรรเทาอาการปวดเข่า เล็ด ขัดยอก และทาให้กล้ามเนื้อไม่เหี่ยวย่น ดูอ่อนเยาว์อยู่เสมอ
4. “เซซามีล” คืออะไร สารสาคัญในงาดา เซซามีล เป็นสารลิกแนน ( lignans ) ชนิดหนึ่งในงาดาซึ่งมีปริมาณ มากที่สุด สารดังกล่าวคือสารชีวโมเลกุลที่ทาหน้าที่ป้ องกันตัวเองจากศัตรูพืช รายงานวิจัยที่ผ่านมามากมายต่างค้นพบว่า สารเซซามินมีคุณสมบัติทางชีวภาพ สูงมาก สามารถสรุปได้ดังนี้ คุณประโยชน์ของ “สารเซซามิล” และแร่ธาตุสาคัญ อื่นๆ ในน้ามันงาดา 8 ประการคือ 1. ช่วยต้านการอักเสบ ลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคข้อกระดูกอักเสบ โรคข้อ เสื่อม และอีกหลายโรคร้ายสาคัญ (Anti-inflammatory Effect)สารเซซามิน ในน้ามันงาดาช่วยยับยั้งไอแอลวันเบต้า (Interleukin-1 Beta, IL-1 Beta) ซึ่งเป็นตัวการสาคัญในการทาให้กระดูกอ่อนสลาย ลดความเสี่ยงในการ เป็นโรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคอัลไซเมอร์ โรคเบาหวาน ฯลฯ ช่วยในการกาจัด สารพิษของตับ ทาให้ตับทางานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะใน น้ามันงาดายังมีวิตามินอี กรดไขมันโอเมก้า 3 ธาตุสังกะสี ทองแดง ฯลฯ ที่ ช่วยต้านการอักเสบได้ดี เอมมูร่า เซซามิน
5. 2. ช่วยต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant Effect) อันเป็นสาเหตุสาคัญของโรคร้ายและการเสื่อมของร่างกาย ด้วยในน้ามันงาดาประกอบไปด้วยสารเซซามิน วิตามินอี ธาตุสังกะสี วิตามินบี 1, 2, 3, 5, 6, 9 ทองแดง ไอโอดีน ใยอาหาร ฯลฯ ซึ่งสาคัญต่อ การช่วยต้านอนุมูลอิสระ 3. ช่วยเสริมในการทางานของวิตามินอี (Enhancement of Vitamin E) ทาให้ชะลอความชรา ไม่แก่เร็ว ไม่ป่วยเป็นโรคร้ายได้อย่างมี ประสิทธิภาพมาก เนื่องจากมีสารเซซามิน ธาตุสังกะสี ฯลฯ ที่ช่วยเสริม การทางานของวิตามินอีให้ดียิ่งขึ้น
6. 4. ลดปฏิกิริยาความเครียดระดับเซลล์ในเนื้อเยื่อต่างๆ (Effect on Hypoxic and Oxidative Stresses) ทาให้คลายเครียด นอนหลับสบาย ส่งผลให้ระบบการ ทางาน ในร่างกายดีขึ้นโดยรวม โดยสารเซซามิน โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส ธาตุสังกะสี แมกนีเซียม ธาตุเหล็ก แคลเซียม ฯลฯ ซึ่งเป็นสารที่มีอยู่ในน้ามันงาดาจะไปช่วยคลาย ความเครียดและกระตุ้นการ ทางานในเนื้อเยื่อต่างๆ 5. ช่วยลดการดูดซึมและการสังเคราะห์คอเลสเตอรอล (Reduce of Cholesterol) ช่วยลดความดันโลหิตสูงได้อย่างดีเยี่ยม ช่วยป้ องกันหลอด เลือดแข็งตัว ป้ องกันโรคหัวใจ ทาให้ระบบหัวใจแข็งแรง ช่วยกระตุ้น ประสาทเรื่องการหดตัวของกล้ามเนื้อและการทางานของกล้ามเนื้อ หัวใจ ควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจให้เป็นไปอย่างปกติ เนื่องจาก สารสาคัญใน น้ามันงาดา เช่น สารเซซามิน กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว และเชิงซ้อน กรด ไขมันโอเมก้า 3 กรดไขมันไลโนเลอิก กรดไขมันโอเ มก้า 9 ฯลฯ มีส่วนช่วยในการ สังเคราะห์คอเลสเตอรอล
7. 6. ช่วยในการเผาผลาญสลายไขมัน (Effect on Fatty Acid Oxidation) ลดความอ้วนแบบธรรมชาติ ปลอดภัย เสริมสร้างกล้ามเนื้อ ให้กระชับ โดยในน้ามันงาดามีสารเซซามิน ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม ฯลฯ ที่ช่วยในการเผาผลาญสลายไขมัน (Fat Burn) 7. ช่วยป้ องกันการเสื่อมของเซลล์ ในระบบประสาท (Neuroprotective Effect) ทาให้สมองทางานดี ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคอัลไซเมอร์ ความจาเสื่อม เพราะมีสารสาคัญอย่างเซซามิน ธาตุเหล็ก โพแทสเซียม ฯลฯ ที่ช่วยป้ องกันการเสื่อมของระบบประสาท
8. 8. ทาให้ระดับไขมันอยู่ในสัดส่วนที่พอดี (Hypolipidemic Effect) ช่วยดูแลเกี่ยวกับเรื่องของอัตราส่วนของไขมันในร่างกาย ลดปริมาณของ คอเลสเตอรอล มีไขมันดีมากขึ้น ป้ องกันโรคหัวใจ ลดความดันโลหิตสูงได้อย่างดีเยี่ยม เนื่องจากสาระสาคัญในน้ามันงาดา เช่น สารเซซามิน กรดไขมัน โอเมก้า 3 กรดไขมันไล โนเลอิก กรดไขมันโอเมก้า 9 ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม ฯลฯ ซึ่งช่วยให้ระดับไขมัน อยู่ใน สัดส่วนที่พอดี
9. ผลการวิจัยในห้องทดลอง การวิจัยในห้องทดลองทาให้พบกลไกการทางานของสารเซซามินที่มีฤทธิ์ ต่อต้านการอักเสบได้ทุกชนิด ตั้งแต่การอักเสบของกระดูก การอักเสบของตับ ปอด และอื่นๆ จึงได้มีการต่อยอดความรู้จากเรื่องกระดูกไปสู่การศึกษาเรื่อง มะเร็ง ตับแข็ง ตับอักเสบ ปอดอักเสบ และ การติดเชื้อไวรัส H1N1 และนี่เองค่ะ ที่ทาให้โลกได้ ตระหนักถึงพลานุภาพของเซซามิน สารสกัดจากงาดาที่เปี่ยมด้วยพลังแห่งการ เยียวยาความเจ็บป่วยนานาของมนุษย์ นอกเหนือจากนี้การที่เซซามินมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงมาก ประกอบกับ ฤทธิ์ในการต่อต้านการอักเสบ และคุณสมบัติที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายอย่าง มากมาย จึงสามารถนาเซซามีนไปใช้บาบัดความเจ็บป่วยได้อีกหลายโรค ซึ่งต้อง ทาการศึกษาวิจัยกันต่อไป อย่างไรก็ดี ในทางปฏิบัติได้มีการใช้เซซามินกับผู้ป่วย หลายโรคด้วยกัน ดังที่มีผู้บริโภคสารสกัดเซซามินบอกเล่าประสบการณ์มาให้ทราบ เช่น มีการใช้เซซามินกับผู้ป่วยวัณโรคกระดูกได้ผลดี หรือแม้แต่ใช้กับผู้ป่วยพาร์คินสัน ก็น่าจะช่วยบรรเทาอาการได้ เพราะเซซามินในงาดามีสรรพคุณบารุงระบบประสาท เป็นที่ประจักษ์ชัดกันมานานแล้ว
10. การทานงาดาเพื่อให้ได้สารเซซามิน ก็ต้องทานให้ถูกต้อง คือต้องทานงา ที่บดแล้ว เพราะงาที่ไม่ได้บด ยากที่จะถูกย่อยสลายได้ในทางเดินอาหาร เนื่องจาก งามีโครงสร้างที่แข็งแรงมาก ที่สาคัญก็คือต้องทาให้สุกก่อน เวลาคั่วก็ต้องระวัง ไม่ให้งาไหม้ ไม่อย่างนั้นแล้ว แทนที่จะได้ประโยชน์ก็จะได้โทษไปแทน และถ้า จะต้องเก็บงาไว้ทานนานๆ ก็ต้องเก็บไว้ไม่ให้เหม็นหืนด้วย
11. ประโยชน์ของงาดา 1. มีความสาคัญอย่างมากต่อความสมบูรณ์ของร่างกาย 2. ช่วยชะลอความแก่ คงความอ่อนเยาว์ 3. ช่วยบารุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใส ชุ่มชื้น ช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยแห่ง วัย 4. ช่วยซ่อมแซมและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับผิวหนังของคุณ 5. ช่วยบารุงรากผมให้แข็งแรง และช่วยให้ผมดกเงางาม 6. ช่วยป้ องกันผมหงอก 7. ช่วยเพิ่มพลังงานและความแข็งแรงของร่างกาย 8. ช่วยในการเผาผลาญและสลายไขมัน ลดความอ้วน 9. ช่วยลดการดูดซึมและการสังเคราะห์คอเลสเตอรอล 10. ช่วยป้ องกันหลอดเลือดแข็งตัว
12. 11. ช่วยป้ องกันการเกิดโรคหัวใจ ทาให้ระบบหัวใจแข็งแรงยิ่งขึ้น 12. มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่มีส่วนช่วยป้ องกันการเกิดโรคมะเร็ง 13. ช่วยลดความเครียด 14. ช่วยบารุงระบบประสาทและสมอง ป้ องกันการเสื่อมของเซลล์ในระบบ ประสาท 15. งาดามีธาตุเหล็กซึ่งช่วยบารุงโลหิต 16. ช่วยลดความดันโลหิต ขยายหลอดเลือด ป้ องกันเกล็ดเลือดที่จะเกาะตัวกัน เป็นลิ่ม 17. ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างเม็ดเลือดขาว ซึ่งมีส่วนช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ให้กับร่างกาย 18. การรับประทานงาดาพร้อมกันถั่วจะทาให้ร่างกายได้รับโปรตีนอย่าง ครบถ้วน ซึ่งบางตัวเป็นกรดอะมิโนจาเป็นที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเอง ได้ 19. ช่วยให้นอนหลับสบาย ร่างกายกระปรี้กระเปร่า 20. ช่วยป้ องกันการเกิดโรคหวัด
13. 21. ช่วยป้ องกันการเกิดโรคเหน็บชา และตะคริว 22. ช่วยบารุงกระดูกและป้ องกันการเกิดโรคกระดูกพรุน 23. ช่วยป้ องกันโรคท้องผูก 24. ช่วยบรรเทาอาการของโรคริดสีดวงทวาร 25. ช่วยต้านการอักเสบจากโรคข้อเสื่อม ยับยั้งการเสื่อมสลาย 26. น้ามันงาสามารถนามาใช้เป็นยานวดร่วมกับสมุนไพรอื่นๆ เพื่อช่วยรักษา เส้นเอ็นอักเสบ 27. น้ามันงาช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อาการปวดเข่า เคล็ดขัด ยอก 28. ผู้รับประทานมังสวิรัตินิยมใส่งาลงในอาหารถั่วเหลืองที่ปรุง เพื่อให้อาหารมี โปรตีนสมบูรณ์มากขึ้น 29. ประโยชน์งาดาในการนามาแปรรูปเป็นงาดาแคปซูล (ผู้รับประทานบางรายอาจมีอาการแพ้ได้ เช่น ลมพิษ ริมฝีเปลือกตาปากบวม แดง คันจมูก หายใจลาบาก ความดันโลหิตลดลงจนช็อกหมดสติ โดยอาการ เหล่านี้อาจ เกิดขั้นทันทีหลังจากรับประทาน 90 นาที)
14. คุณค่าทางโภชนาการของงาดาต่อ100กรัม • คาร์โบไฮเดรต 23.45 กรัม • พลังงาน 573 กิโลแคลอรี่ 2397 กิโลจูล • เส้นใยอาหาร 11.8 กรัม • โปรตีน 17.73 กรัม • น้า 4.69 กรัม • น้าตาล 0.30 กรัม • ไขมันรวม 49.67 กรัม • กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว 18.759 กรัม • กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน 21.773 กรัม • กรดไขมันอิ่มตัว 6.957 กรัม • กรดกลูตามิก 3.955 กรัม
15. • กรดแอสพาร์ติก 1.646 กรัม • เมทไธโอนีน 0.586 กรัม • ทรีโอนีน 0.736 กรัม • ซีสทีอีน 0.358 กรัม • ซีรีน 0.967 กรัม • ฟีนิลอลานีน 0.940 กรัม • อะลานีน 0.927 กรัม • อาร์จินีน 2.630 กรัม • โปรลีน 0.810 กรัม • ไกลซีน 1.215 กรัม • ฮิสทิดีน 0.522 กรัม • ทริปโตเฟน 0.388 กรัม • ไทโรซีน 0.743 กรัม
16. • วาลีน 0.990 กรัม • ไอโซลิวซีน 0.763 กรัม • ลิวซีน 1.358 กรัม • ไลซีน 0.569 กรัม • ไฟโตสเตอรอล 714 มิลลิกรัม • เบต้าแคโรทีน 5 ไมโครกรัม • วิตามินเอ 9 หน่วยสากล • วิตามินอี 0.25 มิลลิกรัม • วิตามินบี1 0.791 มิลลิกรัม • วิตามินบี2 0.247 มิลลิกรัม • วิตามินบี3 4.515 มิลลิกรัม • วิตามินบี 5 0.050 มิลลิกรัม • วิตามินบี6 0.790 มิลลิกรัม
17. • วิตามินบี9 97 ไมโครกรัม • ธาตุแคลเซียม 975 มิลลิกรัม • ธาตุเหล็ก 14.55 มิลลิกรัม • ธาตุซีลีเนียม 5.7 ไมโครกรัม • ธาตุโซเดียม 11 มิลลิกรัม • ธาตุฟอสฟอรัส 629 มิลลิกรัม • ธาตุสังกะสี 7.75 มิลลิกรัม • ธาตุโพแทสเซียม 468 มิลลิกรัม • ธาตุแมกนีเซียม 351 มิลลิกรัม • ธาตุแมงกานีส 2.460 มิลลิกรัม • ธาตุทองแดง 4.082 มิลลิกรัม
18. การรับประทานงาดาเพื่อให้มีประโยชน์ต่อร่างกายมากที่สุด ก็คือการ รับประทานงาดาเป็นอาหาร แทนที่จะรับประทานงาดาที่เป็นสารสกัด โดยวิธีที่ดี ที่สุดก็คือการรับประทานด้วยวิธีการเคี้ยวจะได้ประโยชน์มากที่สุด แต่หากเรา นามาโรยใส่ข้าวหรือใสเครื่องดื่มในบางครั้งเราอาจจะไม่ได้เคี้ยวด้วยซ้า เอมมูร่า เซซามิน จึงทาให้ ร่างกายดูดซึมได้ไม่ดีเท่าที่ควรหรือดูดซึมไม่ได้เลย ซึ่งวิธีการรับประทานก็ง่ายๆ ด้วยการนางาดามาใส่กับขนมปังโฮลวีตรับประทานทุกเช้าวันละ 10 ช้อนสาหรับ ผู้สูงอายุ แต่สาหรับคนวัยทางานก็วันละ 3-4 ช้อนก็เพียงพอแล้ว หรือจะอยู่ใน รูปของน้าเต้าหู้งาดาก็ได้เช่นกัน แต่การรับประทานที่ดีนั้นควรรับประทานอย่าง เหมาะสมพร้อมรับประทานให้ครบ 5 หมู่เพื่อให้ร่างกายได้รับประโยชน์อย่าง สูงสุดและหลากหลาย นอกจากการรับประทานแล้วสามารถนาเอาน้ามันงามา ใช้นวดทาบริเวณที่มีอาการปวดและ รักษาเส้นเอ็นที่บาดเจ็บ เพราะน้ามันงามี สรรพคุณที่ช่วยนาพาสมุนไพรชนิดอื่นๆที่ถูกนามาผสมดูดซึมเข้าไปได้ดีขึ้น
19. คุณประโยชน์หลากประการของน้ามันงาดาสกัดเย็น (Benefits of Cold Pressed Black Sesame Oil) • ลดอาการของโรคไขข้อเสื่อมและอักเสบ (Anti Arthritis) • วิตามินอีสูง ช่วยในการต่อต้านอนุมูลอิสระ (High in Vitamin E) • เสริมสร้างกระดูก (Rebuild and Maintain Bone Health) • มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูง (High in Good Fat to improve to HDL Level) • บารุงและขับพิษตับและไต (Nourish and Detoxify Liver and Kidneys) • ช่วยลดความดัน(Anti Hypertensions) • ลดอาการภูมิแพ้ (Anti Allergy)
20. • ป้ องกันเซลล์ลและดีเอ็นเอจาการทาลายและเสื่อมโทรม (Protect Cells and DNA from Damaging) • ต่อต้านและยับยั้งเชั้อมะเร็ง (Anti Cancer) • ล้างหลอดเลือด ลดความดันโลหิต บารุงหัวใจ (Clean Cardiovascular System to Imporve Blood Pressure and Nourish the Heart) • ช่วยป้ องกันและรักษาเบาหวาน (Prevent and Treat Diabetes Mellitus) • บารุงสมอง(Nourish and Booth Brain Functions) • เพิ่มภูมิคุ้มกันโรคไข้หวัด (Booth Immunity to Influenza) • ลดอาการปวดท้องประจาเดือน( Pre Menopausal Pain Disorder) • ลดน้าหนักด้วยการกินไขมัน(Weight Control) • เพิ่มสมรรถภาพทางเพศและบดปัญหาการมีบุตรยาก (Treat Impotent and Infertility) เอมมูร่า เซซามิน.

d focuss 10 อาหารบำรุงสายตาเจ้าตัวเล็ก

d focuss 10 อาหารบำรุงสายตาเจ้าตัวเล็กจะหาอาหารที่มีวิตามินเอเพื่อบำรุงสายตาได้จากอาหารอะไรบ้าง? ลองดูตัวอย่างที่เรานำมาเสนอสิคะ สุดยอดอาหาร ดูแลสุขภาพดวงตา ดวงตา ก็เป็นอวัยวะหนึ่งที่ต้องการการดูแลเอาใจใส่เช่นเดียวกับอวัยวะอื่นๆของร่างกาย การทานอาหารที่ดีมีประโยชน์จากธรรมชาติช่วยให้คุณมีสุขภาพตาที่แข็งแรง และมีดวงตาที่สดใสไปอีกนานสุขภาพตาดีได้ด้วยอาหารดีมีประโยชน์ ผลแอปริคอท ผลแอปริคอทมันหวาน แคนตาลูป และน้ำเต้านั้น อุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีนที่เป็นตัวช่วยชะลอการเสื่อมถอยของเลนส์ตา ช่วยบำรุงสายตา และช่วยในการป้องกันการเกิดโรคต้อกระจกโกจิเบอร์รี่ (เก๋ากี้) ผลวิจัยในต่างประเทศพบว่า อุดมด้วยแคโรทีนอยด์ และซีเอแซนทีน ช่วยเรื่องการมองเห็น หรือสายตา เพิ่มความสามารถในการมองเห็น รักษาโรคตาบอดกลางคืน โดยเพิ่มประสิทธิภาพการรับภาพ และป้องกันแสง โดยเฉพาะแสงสีน้ำเงิน และสีฟ้า ทำให้ดวงตาเสื่อมช้าลง มักถูกแปรรูปเป็นเครื่องดื่มน้ำผลไม้ ต้มเพื่อดื่มน้ำ และใช้ในเชิงสมุนไพรสำหรับประกอบอาหารด้วย d focuss.
d focuss
d focuss เสาวรส ผลไม้เปรี้ยวอมหวานมีวิตามินเอสูงมาก ทำให้การมองเห็นชัดเจน นอกจากนั้น ยังพบว่ามีวิตามินซีมากกว่ามะนาว จึงช่วยสร้างภูมิคุ้มกันโรคได้

ผลไม้ตระกูลส้ม วิตามินซีที่พบได้ในผักและผล เช่น ส้ม มะเขือเทศ และพริกหวานนั้น สามารถช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดต้อกระจก อีกทั้งช่วยในการไหลเวียนเลือดในดวงตา วิตามินซีในส้มยังสามารถช่วยป้องกันโรคหวัดและนอกจากนี้กากของส้มยังช่วยในเรื่องการขับถ่ายอีกด้วย

ผักเคล/กะหล่ำปลีชนิดสีเขียวเข้ม เคล กะหล่ำปลีชนิดสีเขียวเข้ม ผักขม หัวผักกาดเขียวและบล็อคโครี่นั้น มีคุณประโยชน์คือให้วิตามินเอสูง ช่วยบำรุงสายตาให้มีประกายที่สดใส มีเบต้าแคโรทีน และยังช่วยต้านการเกิดโรคมะเร็ง มีแคลเซียม วิตามินซี และเส้นใยอาหารสามารถป้องกันโลหิตจางได้อีกด้วย

ถั่วสีน้ำตาลแดง ถั่วสีน้ำตาลแดง นั้นเพรียบพร้อมไปด้วยธาตุสังกะสีที่ดีต่อสายตา อีกทั้งวิตามินเอก็เป็นส่วนช่วยปกป้องเยื่อชั้นในของลูกตา d focuss

ปลาแซลมอน เนื้อปลาแซลมอนนั้นมีกรดไขมันโอเมก้า 3 และ DHA ที่สามารถช่วยปกป้องจากโรคภัยไข้เจ็บ อีกทั้งโปรตีนในเนื้อปลายังช่วยในเรื่องของโรคตา และยังสามารถช่วยลดอาการตาแห้งได้อีกด้วย

มันเทศ มันเทศเป็นแหล่งเบต้าแคโรทีนชั้นดีที่ช่วยบำรุงสายตา เสริมสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกาย อีกทั้งยังมีสารต้านมะเร็งที่สูง ราคาไม่แพงและหาซื้อได้ง่ายมากๆ

ผักคะน้า คะน้ามีลูทีน และ ซีแซนทีน ที่ช่วยบำรุงสายตาสูง รับประทานเป็นประจำจะช่วยลดอาการเสี่ยงของการเกิด โรคต้อกระจก ได้ถึง 20 % โรคกระจกตาเสื่อม (AMD) มะเร็งเต้านมและโรคหลอดเลือดหัวใจอีกด้วย

ผักบุ้ง ผักบุ้งแก้ตาฟาง ลดอาการปวดกระบอกตาในกรณีที่ใช้สายตาเป็นเวลานาน และช่วยบรรเทาอาการตาแห้ง

ฟักทอง ฟักทองช่วยในการมองเห็น ป้องกันเยื่อบุตาแห้ง และกระจกตาเป็นแผล

ผักตำลึง มีเบต้าแคโรทีน และแคโรนอยด์ แก้โรคตามัวตอนกลางคืน

อาหารบํารุงสายตา
อาหารบํารุงสายตา หากใครที่กำลังประสบกับปัญหาตาฟ่าฟาง มองอะไรก็เริ่มไม่ค่อยจะเห็นแล้ว สิ่งเหล่านี้เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าดวงตาของคุณกำลังเสื่อมสภาพแย่ลง อันเนื่องมาจากอายุที่เยอะขึ้น หรืออาจจะมาจากการใช้ดวงตาที่ผิดปกติ มากเกินไป ขาดการระมัดระวัง ถ้าปล่อยให้อาการไว้นาน ก็อาจจะทำให้การมองเห็นนั้นแย่ลงไปเรื่อยๆ ซึ่งอาจจะทำให้เกิดอุปสรรคในการมองเห็นในอนาคตได้อย่างแน่นอน ดังนั้นก่อนที่ดวงตาของคุณจะแย่มากไปกว่านี้ ควรหาวิธีการดูแล และบำรุงรักษาดวงตาให้กลับมาอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานกันดีกว่า ด้วยวิธีการกิน d focuss อาหารบํารุงสายตา ที่ช่วยให้เพิ่มอายุของดวงตา และเพิ่มประสิทธิภาพในการมองเห็นให้มากยิ่งขึ้น จากนี้เรามาดูกันว่าแหล่งอาหารสำหรับดวงตานั้นสามารถหาได้จากที่ไหนบ้าง เรามาดูกันเลย
อาหารบำรุงสายตาหาได้จากที่ไหน?
แหล่ง อาหารบำรุงสายตา ส่วนมากจะหาได้จากพวก เนื้อสัตว์อย่างเช่น เนื้อหมู เนื้อวัว เนื้อไก่ ตับหมู ตับไก่ ไข่ไก่ ไข่แดง เนื้อปลาทะเล และเนยแข็ง เป็นต้น ซึ่งแหล่งอาหารเหล่านี้มากด้วย วิตามินเอ ที่เป็นหนึ่งใน วิตามินบำรุงสายตา ที่ดีที่สุดเลยก็ว่าได้ และยังมีส่วนประกอบของสารที่เรียกว่า สารลูทีน (Lutein) และซีแซนทีน (Zeaxanthin) ซึ่งมีประโยชน์ต่อดวงตาเป็นอย่างมาก สามารถช่วยป้องกันรังสีที่จะทำให้เกิดอันตรายต่อดวงตา ช่วยกรองแสงที่อาจจะมาทำลายเซลล์ของจอประสาทตาได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้แล้วยังมีผักใบเขียวที่เรียกได้ว่าเป็นสุดยอด อาหารบํารุงสายตา และสามารถช่วยดูแลรักษาร่างกายในส่วนอื่นๆได้อีกมากมาย ซึ่งพืชผักที่มีประโยชน์มากคุณค่าเหล่านั้นได้แก่

ผักบุ้ง
ผักบุ้ง เรียกได้ว่าเป็นผักที่ให้ วิตามิน A เป็นอันดับต้นๆเลยทีเดียว นอกจากนี้แล้วยังมีสารเบต้า-แคโรทีน ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายในการช่วยระงับการเกิดโรคมะเร็งได้ อีกทั้งยังมีธาตุเหล็กเป็นส่วนสำคัญในการช่วยบำรุงโลหิต หากใครอยากสายตาดี เลือดลมหมุนเวียนคล่อง ก็ให้รับประทานอาหารเมนูที่มีผักบุ้งเป็นส่วนประกอบ หรือจะนำมากินแบบสดๆเป็นเครื่องเคียง ลาบ น้ำตก ส้มตำ ก็ได้เช่นกัน

อาหารบํารุงสายตาแครอท
แครอท เรียกได้ว่าเป็นผักที่มีสารเบต้าแคโรทีนมากที่สุด ในบรรดาผักที่มีสีส้มทั้งหมด นอกจากนี้แล้วยังอุดมไปด้วย วิตามินบี1 วิตามินบี2 วิตามินซี วิตามินอี ธาตุโพแทสเซียม ธาตุแคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส และธาตุเหล็ก ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายในการช่วยระงับการเกิดโรคต่างๆ ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกายได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังมีประโยชน์ต่อผิวพรรณอีกด้วย หากใครที่อยากมีสายตาดี ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ดูมีน้ำมีนวล ก็ให้รับประทานอาหารเมนูที่มีแครอทเป็นส่วนประกอบ หรือจะนำมาคั่นเอาน้ำมาดื่มก็ได้เช่นกัน

ฝักทอง
ฝักทอง เป็นพืชผักที่ให้ทั้ง วิตามิน A และ เบต้าแคโรทีน ในปริมาณที่สูง มีประโยชน์ต่อร่างกายทั้งดวงตา และระบบย่อยอาหาร รวมถึงสามารถบำรุงผิวพรรณได้อีกด้วย หากใครที่อยากมีสายตาดี และมีสุขภาพผิวพรรณที่แข็งแรงสดใส ก็ให้รับประทานอาหารเมนูที่มีฝักทองเป็นส่วนประกอบ หรือจะนำมาทำเป็นของหวานก็ได้เช่นกัน

และทั้งหมดนี้คือ อาหารบํารุงสายตา ที่จะช่วยดูแล รักษาดวงตาของคุณให้กลับมาแข็งแรง และพร้อมใช้งานอีกครั้ง หากใครที่มีปัญหาเกี่ยวกับดวงตานอกจากการเลือกกินอาหารที่ให้ วิตามิน และแร่ธาตุ ที่จำเป็นต่อดวงตาแล้ว ยังจำเป็นที่จะต้องระมัดระวังพฤติกรรมเสี่ยงที่อาจจะก่อให้เกิดผลเสียต่อดวงตาอีกด้วย หากต้องใช้ดวงตาเป็นเวลานานๆ ก็ควรที่จะมีการพักสายตาบ้างเป็นระยะๆ เพื่อไม่ให้ดวงตาของเรานั้นทำงานหนักมากเกินไป

5 ผักบํารุงสายตา หากินง่าย ราคาไม่แพง ใครกำลังมีปัญหาด้านการมองเห็น รีบไปซื้อมากินเลย! d focuss.

This entry was posted on January 21, 2017, in d focuss.